ฟุตบอลยุคนิวนอร์มอล : เช็คสถานการณ์แต่ละทีมหลังพรีเมียร์ลีกคัมแบ็ค

ในที่สุดแล้ว พรีเมียร์ลีก ก็ได้เวลากลับมา โดยลีกสูงสุดเมืองผู้ดีหยุดพักไปตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม หลังปัญหาโรคโคโรน่าไวรัสระบาดไปทั่วโลก โดยหลังจากที่ประชุมกันอย่างมากมาย สโมสรและฝ่ายบริหารของลีกได้ข้อสรุปว่า พรีเมียร์ลีก จะกลับมาเตะในวันที่ 17 มิถุนายนนี้

ทว่าด้วยสถานการณ์ของโรคที่ยังไม่คลี่คลายและจำเป็นต้องป้องกันอย่างเต็มที่ จึงทำให้ทุกสนามต้องเล่นโดยไม่มีแฟนบอลเข้าชม นอกจากนี้ทุกทีมยังสามารถเปลี่ยนตัวได้ถึงเกมละ 5 คน ซึ่งเรื่องว่าเป็นฟุตบอลยุคนิวนอร์มอลได้เหมือนกัน

แน่นอนว่า ทุกคนรู้ว่า ลิเวอร์พูล นั้นใกล้จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบเรียกว่าจ่อแบบสุดๆ อย่างไรก็ตาม หลายๆทีมยังต้องลุ้นทำอันดับอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลุ้นพื้นที่ยุโรปหรือกลุ่มหนีตาย ซึ่งวันนี้ทีมงาน FinalGoal จะพาแฟนๆชาวไทยไปติดตามสถานการณ์ทั้งหมด ก่อนที่บอลจะกลับมาเตะกันครับ…

ใครบ้างลุ้นท็อปซิกส์?

หากไม่มีอะไรผิดพลาดแบบชนิดฟ้าถล่มดินทลาย ลิเวอร์พูล คงได้แชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 30 ปีแน่ๆ เพราะถึงตรงนี้พวกเขาต้องการชัยชนะเพียงแค่สองเกมเท่านั้น และอาจจะต้องการอีกแค่ 3 คะแนน หาก แมนฯ ซิตี้ แพ้คาบ้านแก่ อาร์เซนอล ในคู่เปิดสนามวันที่ 17 มิถุนายนนี้

ที่น่าสนใจกว่าทั้งหมดคือ พื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่างหาก

ถึงตรงนี้เรายังไม่รู้ว่า “เรือใบสีฟ้า” จะโดนแบนจากเกมยุโรปหรือไม่ เพราะล่าสุดนั้นเรื่องไปถึงศาลแล้ว แต่ไม่ว่ายังไงทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็ต้องทำอันดับให้ดีที่สุดไว้ก่อน

อย่างไรก็ตาม หาก ซิตี้ โดนแบนจริงๆ การแข่งขันปีนี้จะยิ่งเข้มข้น เพราะนั่นหมายความว่า อันดับ 5 ของตารางก็ยังมีโอกาสได้ไปเตะยูซีแอล โดยปัจจุบัน แมนฯ ยูไนเต็ด ยึดอันดับดังกล่าว ตามมาด้วย วูลฟ์ฯ และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่ตามมาไม่ห่าง ดังนั้นบอกได้เลยว่า ปีนี้อาจจะมีเซอร์ไพรซ์ก็ได้

นอกจากนั้น สเปอร์ส ในอันดับ 8 ก็ตามหลัง “ปีศาจแดง” แค่ 4 แต้ม เช่นเดียวกับ อาร์เซนอล ที่ตามหลังท็อปไฟฟ์ 5 คะแนนและยังมีเกมในมืออีกหนึ่งนัด เพราะฉะนั้นบอกได้เลยว่า ทุกทีมยังมีโอกาสพอๆกันหมด

ศึกหนีตาย

ฟุตบอลที่หยุดพักไปเกือบสามเดือนส่งผลให้หลายทีมมีโอกาสกลับไปหาจุดบกพร่อง พร้อมยังได้นักเตะที่บาดเจ็บกลับมา ซึ่งเหล่าทีมหนีตายคงใช้ประโยชน์จากตรงนี้เต็มที่

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ แอสตัน วิลล่า เนื่องจากพวกเขานั้นฟอร์มห่วยก่อนหยุดลีกมากๆ เมื่อแพ้ไปถึง 4 เกมรวด จนทำให้คะแนนร่วงไปอยู่ในโซนตกชั้นแล้ว อย่างไรก็ตาม อย่างน้อย วิลล่า ยังมีเกมในมืออีกเกม

นอกจากทีมดังแห่งมิดแลนด์แล้ว ยังมีอีก 5 ทีมที่คะแนนหายใจใกล้กันไปหมด และทุกทีมมีโอกาสตกชั้นเหมือนกัน

เริ่มจาก นอริช ซิตี้ อันดับสุดท้ายของตารางที่มีแต้มตามหลังโซนปลอดภัยถึง 6 คะแนน ทว่าต้องบอกว่าผลงานก่อนหยุดลีกของ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นั้นดีมาก เมื่อเก็บชัยชนะได้บ้าง และมีผลเสมอในบางเกม

ขณะที่ บอร์นมัธ นั้น อาการน่าห่วงสุดๆ เมื่อ 10 เกมหลังสุด พวกเขาแพ้ไป 7 พร้อมกับมีตัวเจ็บเพียบเหลือเกิน แต่ว่าตอนนี้ทีมของ เอ็ดดี้ ฮาว จะทยอยได้ตัวหลักกลับมา นั่นหมายความว่า โอกาสอยู่รอดของพวกเขาก็น่าจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ทางด้าน วัตฟอร์ด นั้น อุตส่าห์ทำผลงานได้ร้อนแรงในช่วงแรกที่ ไนเจล เพียร์สัน เข้ามา รวมทั้งเป็นทีมเดียวที่ปราบ “ว่าที่แชมป์” อย่าง ลิเวอร์พูล ได้ ทว่าผลงานหลังๆนั้นไม่ดีเลย และมีโอกาสตกชั้นได้ทุกเมื่อเหมือนกัน ซึ่งต้องมาดูว่าหลังจากเปิดลีกมา พวกเขาจะทำได้ดีขนาดไหน

มีอะไรที่น่าสนใจอีก?

นอกจาก “หงส์แดง” อาจจะคว้าแชมป์ลีกในรอบ 30 ปีแล้ว ปีนี้ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจจะทำลายสถิติหลายๆอย่างด้วย

โดย ลิเวอร์พูล ต้องการอีก 19 คะแนนเพื่อทำลายสถิติ 100 แต้มของ แมนฯ ซิตี้ ในปี 2017-18 นอกจากนี้ ยักษ์ใหญ่แห่งเมอร์ซี่ไซด์ อาจจะทำลายสถิติทำคะแนนทิ้งห่างรองแชมป์มากที่สุดตลอดกาล โดยสถิติปัจจุบันก็เป็นของ “เรือใบสีฟ้า” ที่ทิ้งอันดับ 2 ถึง 19 แต้มในซีซั่นเดียวกับที่ทำร้อยแต้ม

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือการแย่งดาวซัลโว

ตอนนี้ เจมี่ วาร์ดี้ จาก เลสเตอร์ ซิตี้ นำดาวซัลโวที่ 19 ลูก ตามมาติดๆที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง (17 ลูก), โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ (16 ลูก), กุน อเกวโร่ (16 ลูก) และ แดนนี่ อิงส์ (15 ลูก) ต่างมีโอกาสทั้งหมด

นอกจาก แฮรี่ เคน ก็กลับมาแล้ว แม้ตัวกัปตันทีมชาติอังกฤษ จะยิงได้แค่ 11 ประตูในตอนนี้ก็ตาม

เป็นยังไงบ้างครับกับความตื่นเต้นที่รอเราอยู่ บอกได้คำเดียวว่า “เตะพรุ่งนี้เลยจะได้ไหมเนี่ย!!!”

► ดูผลบอลสดได้ที่ : FinalGoal

► ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้แล้ววันนี้ : Andriod & IOS

Recommended Posts