เหลือดังๆไม่กี่คน : ตามหาทีมเด็กเทพพรีเมียร์ลีกเมื่อ 10 ปีก่อนว่าวันนี้พวกเขาเป็นยังไงกันบ้าง

มีสมมุติฐานว่า เมื่อเวลาผ่านไปเหล่านักฟุตบอลดาวรุ่งจะค่อยๆก้าวขึ้นไปถึงจุดพีคเมื่อพวกเขาอยู่ในช่วงปลายๆยี่สิบถึงเกือบสามสิบ เพราะว่าเมื่อถึงตอนนั้น ทุกคนจะสั่งสมประสบการณ์พร้อมกับมีชั่วโมงบินที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากเอาทฤษฎีนี้มาพิจารณากับทีมยอดเยี่ยมแห่งพรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่น 2009-2010 คงไม่ได้ เพราะหลังผ่านไปหนึ่งทศวรรษ พวกเขาเหลือตัวดังๆที่ยังเล่นในระดับสูงไม่กี่คนเท่านั้น…

วิโต้ มาโนเน่, อาร์เซนอล

ในปีนั้น มาโนเน่ ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกไป 5 เกม และเก็บคลีนชีทได้ไป 2 นัด โดยจริงๆแล้วเขาเป็นนายทวารคนเดียวที่อายุต่ำกว่า 21 ปีที่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกปีนั้น ซึ่งทั้งหมดเป็นเพราะ มานูเอล อามูเนีย นั้นเจ็บ

หลังจากนั้น นายด่านเลือดอิตาลี ก็ต้องรออีกสองปีถึงจะได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง จากนั้นย้ายไปซบ ฮัลล์ ซิตี้ แบบยืมตัว ก่อนโดนขายขาดให้ ซันเดอร์แลนด์ ในปี 2013 ซึ่งที่นั่น มาโนเน่ ทำได้ดีถึงขนาดคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรในซีซั่นแรก

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเขาเสียตำแหน่ง ก่อนย้ายไปอยู่กับ เร้ดดิ้ง, มินิโซต้า ยูไนเต็ด และปัจจุบัน มาโนเน่ ย้ายไปเล่นใน เดนมาร์ก กับ เอสเจิร์ก แบบยืมตัว

ราฟาเอล ดา ซิลวา, แมนฯ ยูไนเต็ด

ในตอนนั้น ราฟาเอล ไม่ใช่เป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งแบ็คขวาของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทว่าบ่อยครั้งที่ อดีตดาวเตะทีมชาติบราซิล ได้โอกาสเล่นแทน แกรี่ เนวิลล์ และ จอห์น โอเชีย พร้อมกับมีส่วนช่วยให้ทีมเก็บชัยได้ถึง 6 นัด และเสมออีก 2 เกมจากการลงเล่นในลีก 8 เกม

จากนั้น ราฟาเอล กลายเป็นแบ็คตัวจริงของ “เฟอร์กี้” อีกหลายปี ก่อนโดน หลุยส์ ฟาน กัล ขายทิ้งให้ โอลิมปิก ลียง ในปี 2015 ซึ่งเป็นต้นสังกัดปัจจุบันของแข้งวัย 29 ปี แต่ อดีตวันเดอร์คิดแซมบ้า ก็ไม่ใช่ตัวจริงอย่างสม่ำเสมอเหมือนเดิม

ฟิล โจนส์, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

ในตอนนั้น โจนส์ คือ เพชรเม็ดงามของวงการลูกหนังผู้ดีที่หลายคนหมายปอง โดยสถิติในปีนั้นระบุได้ว่า ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ เคลียร์บอลได้ถึง 12.4 ครั้งต่อเกมเลยเดียว ทว่าปัญหาของของเขาคือการจ่ายบอลที่มีเปอร์เซ็นต์สำเร็จแค่ 58.4 % เท่านั้น

อย่างที่เรารู้กันว่า ท้ายที่สุดนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตัวเขาไป พร้อมกับคาดหวังให้ โจนส์ เป็นตัวจริงของทีมอีกสิบปี อย่างไรก็ตาม ชีวิตไม่ได้เป็นดังฝันไปทุกสิ่ง เมื่ออาการบาดเจ็บทำให้ดาวรุ่งเมื่อทศวรรษก่อนไปไม่สุดในเส้นทางค้าแข้ง แต่อย่างน้อยเขาก็ยังอยู่กับ “ปีศาจแดง” ต่อไป หลังได้รับการต่อสัญญาไปจนถึงปี 2023

จอห์นนี่ อีแวนส์, แมนฯ ยูไนเต็ด

ฤดูกาลนั้น อีแวนส์ เป็นกำลังสำรองของ “ปีศาจแดง” เท่านั้น หลังตัวจริงคือ เนมานย่า วิดิช และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ สองกองหลังระดับตำนานของโลก แต่อย่างน้อย ปราการหลังเลือดไอรแลนด์เหนือ ก็ได้ลงเล่นบ่อยครั้งในปีดังกล่าว

อีแวนส์ จากทีมไปเมื่อปี 2015 แต่ก็ยังได้เล่นในพรีเมียร์ลีกอย่างสม่ำเสมอกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน และ เลสเตอร์ ในปัจจุบัน ซึ่งด้วยอายุที่มากขึ้น บวกกับประสบการณ์ ทำให้ อดีตเด็กฝึกผีแดง ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเซนเตอร์ที่ไว้ใจได้คนหนึ่งของลีกเลยทีเดียว

เอมิเลียโน อินซัว, ลิเวอร์พูล

อินซัว ย้ายมาเมืองผู้ดีตั้งแต่ปี 2007 ก่อนยึดตัวจริงได้ในฤดูกาล 2009-10 แต่หลังจากที่ รอย ฮอด์จสัน เข้ามา ตำแหน่งตัวจริงของ อดีตดาวเตะโบค่า จูเนียร ก็หายไป ก่อนจะถูกส่งไปให้ กาลาตาซาราย ยืมตัวในปี 2010

หลังจากนั้น อินซัว ย้ายไปเล่นกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน, แอตฯ มาดริด, ราโย่ บาเยกาโน่ และ สตุ๊ดการ์ท ก่อนที่ล่าสุด แบ็คเลือดอาร์เจนไตน์ จะเลือกข้ามน้ำข้ามทะเลไปหาประสบการณ์ใหม่กับ แอลเอ กาแลคซี่ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

เดนิลสัน, อาร์เซนอล

ในปี 2006 “ปืนใหญ่” ได้เด็กเทพคนนี้มาร่วมทีมในวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น ก่อนที่ เดนิลสัน จะยึดตัวจริงได้ในซีซั่นดังกล่าว โดยยิงไป 3 ประตู จากการลงสนาม 20 เกม

อย่างไรก็ตาม ในปี 2011 เขากลับโดนปล่อยตัวให้กับ เซา เปาโล ต้นสังกัดเดิมแบบยืมตัว ก่อนเซ็นสัญญาถาวรในเวลาต่อมา จากนั้น เดนิลสัน ไปเล่นใน ยูเออี ตามด้วยกลับไป บราซิล ซึ่งด้วยปัญหาอาการเจ็บเขา ทำให้ อดีตดาวเตะแซมบ้า ไปไม่สุด ก่อนที่ปัจจุบัน เดนิลสัน จะกลายเป็นคนไร้สังกัดชนิดไม่มีใครมาเอา

อเล็ก ซง, อาร์เซนอล

ปีนั้น ซง ลงสนามให้ทีมถึง 25 เกม พร้อมกับทำผลงานได้โดดเด่นในตำแหน่งตัวตัดเกม โดย ดาวเตะแคเมอรูน สกัดได้ถึง 3.3 ครั้งต่อเกม และแย่งบอลได้อีก 3.1 ครั้งต่อนัด จนได้รับการยกย่องอย่างมาก

ซง อยู่กับทีมไปอีกสองปี พร้อมกับเป็นตัวหลักต่อเนื่อง ก่อนที่ บาร์เซโลน่า จะคว้าตัวเขาไปแบบเซอร์ไพรซ์ ทว่าชีวิตที่สเปนนั้นไม่ง่าย จนทำให้ ซง ต้องหนีกลับมาเล่นในเมืองผู้ดีกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในปี 2014 ก่อนย้ายไปอยู่กับ รูบิน คาซาน ในรัสเซีย และเล่นกับ ซิยง ใน สวิสฯ ซึ่งล่าสุด ซง กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง หลังเขาและเพื่อนร่วมโดนไล่ออก เนื่องจากไม่ยอมลดเงินเดือนในช่วงโคโรน่าไวรัสนี้

มารูยาน เฟลไลนี่, เอฟเวอร์ตัน

เฟลไลนี่ คือ ดาวเด่นของ “ท็อฟฟี่” ตั้งแต่ปี 2008 หลังย้ายเข้ามาด้วยค่าตัวสถิติสโมสรในเวลานั้นที่ 15 ล้านปอนด์ ซึ่ง กองกลางหัวฟู ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง เมื่อเขากลายเป็นคนสำคัญของทีมมาตลอด

ก่อนที่ในปี 2013 เฟลไลนี่ จะได้รับเกียรติครั้งใหญ่ด้วยการตาม เดวิด มอยส์ ไปที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งที่นั่น ดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยม ก็มีช่วงเวลาดีๆหลายครั้ง แต่เขากลับไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆเท่าไร 

หลังจากนั้นในช่วงต้นปี 2019 เฟลไลนี่ ถูกปล่อยให้ ซานตงฯ ในลีกจีน ซึ่งที่เมืองมังกรนั้น ผลงานของเขาสะกดได้ว่า 22 เกม 8 ประตู

ลี ชุน-ยอง, โบลตัน

แกรี่ เม็กสัน ซื้อตัว ลี มาจาก เอฟซี โซล ในปี 2009 ก่อนที่ ดาวเตะทีมชาติเกาหลีใต้ จะกลายเป็นตัวหลักของทีม ซึ่งต่อมาแม้ เม็กสัน โดนปลด ทว่า ลี ก็ยังชนะใจ โอเว่น คอยล์ นายใหม่ได้สำเร็จ จนทำให้จบซีซั่นนั้น สถิติของ ปีกจากแดนโสม คือ 34 เกม 4 ประตู และอีก 3 แอสซิสต์

จากนั้นในอีกหลายๆปีต่อมา ลี ก็ยังเป็นตัวหลักของทีม ทว่าเขาดันเจ็บหนักในฤดูกาล 2011-12 ซึ่งเป็นปีที่ โบลตัน ตกชั้น ลี เล่นในแชมเปี้ยนชิพอีกสักพัก ก่อนที่ คริสตัล พาเลซ จะชวน ปีกเกาหลี กลับพรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตาม ตลอดสามปีกับ “ปราสาทเรือนแก้ว” เขาไม่ใช่ ลี คนเดิมกับเมื่อหลายปีก่อน ก่อนโดนปล่อยให้ โบคุ่ม ในปี 2018 และล่าสุดเขากลับบ้านไปเล่นกับ อุลซาน ฮุนได้ แล้ว

แกเร็ธ เบล, สเปอร์ส

สถิติก่อนหน้านั้นของ ดาวเตะพญาวานร กับ “ไก่เดือยทอง” คือ 24 เกมที่ เบล ลงเล่น ทีมไม่ชนะเลย แต่หลังจากนั้น ถือเป็นปีแจ้งเกิดของ เบล เลยก็ได้ เพราะเมื่อ แฮรี่ เร้ดแนปป์ จับเขาไปเล่นเป็น ปีกซ้าย แล้ว เบล ก็ลงเล่น 18 เกมสุดท้ายของซีซั่นทุกนัด พร้อมฝากสถิติ 3 ประตู และ 5 แอสซิสต์ไว้

หลังจากวันนั้น ประวัติศาสตร์เปลี่ยน เมื่อ เบล กลายเป็นคนละคน พร้อมกับถึงขั้นได้รับนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกในฤดูกาล 2012-13  ก่อนย้ายไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสถิติโลก

และที่สเปน เบล คว้าทุกแชมป์ รวมทั้งถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัยอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน กัปตันทีมชาติเวลส์ ไม่เป็นที่รักของแฟนๆมากนัก และไม่รู้ว่าอนาคตของเขากับ มาดริด จะเป็นอย่างไรต่อไป

นิคลาส เบนท์เนอร์, อาร์เซนอล

ในปีนั้น ดาวยิงเดนิช ได้โอกาสลงเล่นในลีกไป 23 เกม แต่เป็นการออกสตาร์ทตัวจริงเพียง 13 นัดเท่านั้น พร้อมยิงได้ 6 ประตูและทำไปอีก 5 แอสซิสต์ 

หลังจากนั้น เบนท์เนอร์ ก็ไม่ค่อยได้โอกาส ก่อนโดนปล่อยให้ ซันเดอร์แลนด์ แบบยืมตัว ที่น่าเหลือเชื่อคือหลังจากนั้น ยูเวนตุส ขอยืมตัว เทพเบนท์ ไป ทว่าที่ อิตาลี เขากลับได้ลงสนามเพียง 2 นัดเท่านั้น 

ในปี 2014 เบนท์เนอร์ ย้ายไปอยู่กับ โวลฟ์สบวร์ก แบบยืมตัว แต่ได้ลงสนามเพียง 9 เกมตลอดสองปีในเมืองเยอรมัน จากนั้น อดีตดาวเตะทีมชาติเดนมาร์ก กลับมาเล่นกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ก่อนย้ายไปอยู่กับ โรเซนบอร์ก ใน นอร์เวย์ ซึ่งที่นั่น เบนท์เนอร์ ยิงไป 19 ประตูในซีซั่นแรกเลยทีเดียว

น่าเสียดายที่ฟอร์มเขาดีได้แค่ปีเดียว ทำให้หลังจากนั้น อดีตเด็กปั้นปืนใหญ่ ย้ายกับบ้านไปอยู่กับ โคเปนเฮนเก้น แต่หมดสัญญาเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบัน เบนท์เนอร์ ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่กลายเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์เหมือนอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง เดนิลสัน และ ซง

► ดูผลบอลสดได้ที่ : FinalGoal

► ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้แล้ววันนี้ : Andriod & IOS


Recommended Posts