กูรูมองเกม When Saturday comes : แมนเชสเตอร์สีอะไร? / สิงห์เยือนท็อฟฟี่ / หงส์เจอบอร์นมัธ / ไก่งานชิว

กูรูมองเกม When Saturday comes : แมนเชสเตอร์สีอะไร? / สิงห์เยือนท็อฟฟี่ / หงส์เจอบอร์นมัธ / ไก่งานชิว

สวัสดีแฟนๆไฟนอลโกล์ทุกท่านครับ ผม “ต้นสน” จะรับหน้าที่วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกเหมือนเดิมนะครับ สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรกที่พรีเมียร์ลีกจะเริ่มเตะกลางสัปดาห์กัน

บทวิเคราะห์จะเป็นอย่างไร ลองติดตามอย่างเมามันส์เหมือนเดิม…

 

เอฟเวอร์ตัน v เชลซี

เวลา 19.30 น.

– เอฟเวอร์ตัน : ชะตาขาดจนได้สำหรับ มาร์โก้ ซิลวา หลังพาทีมแพ้รวด 4 นัด โดยเกมนี้ ดันแคน เฟอร์กูสัน อดีตตำนานของทีมจะคุมทีมชั่วคราวแทนไปก่อน 

ส่วนเรื่องผู้เล่นนั้น รายงานระบุว่าเกมนี้ “ท็อฟฟี่” จะไม่มี อังเดร โกเมส, คูโค้ มาร์ติน่า, ฟาเบรียน เดลฟ์ และ เชซุส โคลแมน แน่ๆ แต่ตัวหลักอย่าง จอร์แดน พิคฟอร์ด, เซมัส โคลแมน, เยอร์รี่ มิน่า, ไมเคิ่ล คีน, ลูก้า ดีญ, ริชาร์ลิซอน, กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน และ อเล็กซ์ อิโวบี พร้อมเป็นตัวเลือกทั้งหมด

– เชลซี : กลับมาชนะได้ในรอบสามเกม หลังปราบ วิลล่า ได้ในเกมกลางสัปดาห์ ทำให้ความกดดันของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ลดลงไปได้เยอะ

เกมนี้ ยักษ์ใหญ่แห่งลอนดอน จะไม่มี อันโตนิโอ รูดิเกอร์, รอส บาร์คลี่ย์ และ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ที่ยังไม่หายเจ็บ ส่วน  แทมมี่ อิบราฮัม ต้องลุ้นความฟิตอีกแล้ว แม้จะลงสนามได้ในเกมกลางสัปาดห์ที่ผ่านมา

ส่วนตัวเก่งอย่าง คริสเตียน พูลิซิส, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, วิลเลี่ยน, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, เมสัน เม้าท์ และ จอร์จินโญ่ พร้อมลงสนามทั้งหมด

– ทรรศนะ : แม้จะเปลี่ยนโค้ชแล้ว แต่โดยรวมนั้น ความมั่นใจของเจ้าถิ่นน่าจะหายลงไปเยอะหลังแพ้เละเทะต่อเพื่อนร่วมเมือง ประกอบกับทีมเยือนต้องเร่งเก็บคะแนนเพื่อลุ้นพื้นที่ยูซีแอล ดังนั้น เชลซี น่าจะคว้าสามแต้มกลับลอนดอนได้

– ฟันธง : สิงโตน้ำเงินครามคำราม 2-1

บอร์นมัธ v ลิเวอร์พูล

เวลา 22.00 น.

– บอร์นมัธ : นับตั้งแต่ปราบ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างสะใจกองแช่งทีมอื่นมา แต่กลับแพ้ 4 เกมรวดต่อ นิวคาสเซิล, วูลฟ์, สเปอร์ส และล่าสุดกับ คริสตัล พาเลซ จนทำให้เครื่องหมายคำถามเกิดขึ้นเต็มไปหมดสำหรับ เอ็ดดี้ ฮาว ปัญหาหลักคือ  คาลั่ม วิลสัน ยิงไม่ได้มาหลายเกมติดแล้ว ดังนั้น ฮาว ต้องเข็นฟอร์มของ วิลสัน ให้ออกมาให้ได้

การจะหยุดสถิติอันแสนรันทดนี้ย่อมไม่ง่าย เพราะชื่อของผู้มาเยือนนั้นคือเต็งหนึ่งไปแล้ว โดยรายชื่อคนเจ็บของ “เดอะ เชอรี่ส์” นั้นยังคงยาวดังเช่นทุกวีค โดยอัพเดตล่าสุดระบุว่า สตีฟ คุ้ก กัปตันตัวเก่งเดี้ยงจากเกมล่าสุดไปสมทบกับ โจชัว คิง, แอนดรูว์ เซอร์แมน, เดวิด บรู๊คส์, ชาร์ลี แดเนียลส์, อดัม สมิธ และ จูเนียร์ สตานิสลาส ที่ยังลงไม่ได้ทั้งหมด

– ลิเวอร์พูล : บอกได้คำเดียวว่า “ถ้าไม่เอาปีนี้ จะเอาปีไหน” เพราะ 15 เกมที่ผ่านมา พวกเขาไม่รู้จักความพ่ายแพ้เลยและผ่านเกมยากๆมาหมดแล้ว จนมีความรู้สึกว่า การรอคอย 30 ปีกำลังจะสิ้นสุดจริงๆแล้ว ยิ่งเกมล่าสุดโชว์คลาสเปิด เอฟเวอร์ตัน คู่ปรับร่วมเมืองเละเทะ ทำให้พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ดีจริงๆ

เกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือพันธุ์ร็อค จะไม่มี อลิสซอน เบ็คเกอร์ นายประตูยอดเยี่ยมแห่งปีของโลกที่ยังโดนแบน เช่นเดียวกับ โจเอล มาติป ที่ยังไม่หาย ขณะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, ซาดิโอ มาเน่, และ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ พร้อมหมด

– ทรรศนะ : เจ้าถิ่นฟอร์มวูบอย่างน่าใจหาย ส่วนทีมเยือนนั้นร้อนแรงเกินห้ามใจ แต่ บอร์นมัธ มักทำได้ดีเมื่อเล่นในบ้านและเจอทีมใหญ่ เพราะฉะนั้นไม่ใช่งานง่ายของ “หงส์แดง” แน่ๆ และเต็มที่ก็คงได้แค่เฉือนชนะลูกเดียว ส่วนโอกาสหลุดเสมอก็มีไม่น้อย

– ฟันธง : หงส์สยายปีก 2-1

สเปอร์ส v เบิร์นลี่ย์

เวลา 22.00 น.

– สเปอร์ส : เสียสถิติชนะรวดจนได้ หลัง โซเช่ มูรินโญ่ อหังกาฬมือหนึ่ง พา สเปอร์ส พ่ายทีมเก่าอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ดังนั้นด้วยนิสัยของ “น้ามู” เกมนี้ไม่ยอมแพ้สองเกมติดแน่นอน

สำหรับนัดนี้ อดีตนายใหญ่เชลซี จะไม่มี ฮูโก้ ยอริส, มิเชล ฟอร์ม, เบน เดวิส และ เอริค ลาเมล่า ที่เจ็บหมดแน่ๆ ส่วนคนอี่นๆอย่าง แฮร์รี่ เคน และ ซง เฮือง มิน พร้อมยิงไส้แตก เช่นเดียวกับ เดเล่ อัลลี่ ที่สองเกมหลัง ฮอตสุดๆ หลังยิงไป 3 ลูกแล้ว

– เบิร์นลี่ย์ : อุตส่าห์โชว์โหดด้วยการอัด เวสต์แฮม และ วัตฟอร์ด ไปทีมละ 3 ลูกในช่วงก่อนหน้านี้ ทว่าสองเกมล่าสุด พวกเขากลับเปิดบ้านแพ้ให้กับ พาเลซ และ แมนฯ ซิตี้ ไป โดยเกมล่าสุดนั้น ลูกทีมของ ฌอน ไดซ์ พ่ายเละเทะต่อ “เรือใบสีฟ้า” 1-4

โดยเกมนี้ เบิร์นลี่ย์ จะยังไม่มี แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ และ โยฮัน เบิร์ก กุดมุนด์สัน ที่เจ็บทั้งหมด ส่วน ฟิล บาร์ดสลี่ย์,  แอสลี่ช์ เวสต์วู้ด, เควิน ลอง และ แอสลี่ช์ บรานส์ ต้องลุ้นความฟิตทั้งหมด ทว่าน่าจะเล่นได้ทุกคน แต่ที่แน่ๆ คริส วู้ด กองหน้าตัวโขก ลงชัวร์ๆ 

– ทรรศนะ : อย่างที่เรียนไปว่าคนแบบ มูรินโญ่ นั้นไม่ยอมแพ้ติดต่อกันง่ายๆ ประกอบกับเล่นในบ้าน ดังนั้นเชื่อมือได้เลยว่า สามแต้มนอนมาสำหรับ “ไก่เดือยทอง” เพียงแต่จะยิงได้แค่ไหนเท่านั้น และจะรักษาคลีนชีทแรกได้กับเขาสักทีหรือเปล่าแค่นั้นเอง

– ฟันธง : น้ามูดลชัย 3-1

วัตฟอร์ด v คริสตัล พาเลซ

เวลา 22.00 น.

วัตฟอร์ด : ยังคงไม่มีกุนซือทางการคนใหม่ พร้อมกับเก็บสถิติแพ้รวดมา 3 นัดติดต่อกันแล้ว แต่อย่างน้อยโชคยังดีที่ปีนี้ แต่ละทีมแต้มไม่ขาดเลย จึงยังเป็นโอกาสของพวกเขาที่จะกลับมาได้

เกมนี้เจ้าถิ่นจะไม่มี แดนนี่ เวลเบ็ค, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, เคร็ก ดอว์สัน, กิโก้ เฟเมเนีย, ดาริล ยานมัต, คริสเตียน กาบาเซเล่, โฆเช่ โฮลาเบส และ เซบาสเตียน โพรเดิ้ล ที่บาดเจ็บทั้งหมด ซึ่งตัวเจ็บมากมายตั้งแต่เปิดซีซั่นคือเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกเขาตกต่ำ

– คริสตัล พาเลซ : สองเกมหลังสุดทำได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อเก็บชัยชนะได้ทั้งคู่ และไม่เสียประตูทั้งสองนัดจนอันดับกระโดดขึ้นมาอีกครั้ง

เกมนี้ รอย ฮอดจ์สัน จะไม่มี มามาดู ซาโก้ ที่โดนแดงโดยตรงจากเกมก่อน ส่วน โจเอล วอร์ด, แพทริค ฟาน อานโฮลท์ , แกรี่ เคฮิลล์ และ สก็อตต์ แดนน์ ไม่ไหวทั้งหมด ซึ่งทั้ง 5 คนคือกองหลังทั้งหมด ทำให้พวกเขาน่าจะมีปัญหาในเกมรับพอตัว นอกจากนี้ พาเลซ ต้องลุ้นว่า แมกซ์ เมเยอร์ ที่ป่วยจะฟิตทันไหม

ส่วนแนวรุกหายห่วง เมื่อ วิลฟรีด ซาฮา, ลูก้า มิลิโวเยวิช, จอร์แดน อายิว, ชีคคู คูยาเต้ และ อันดรอส ทาวน์เซ่นด์ น่าจะลงได้ทุกคน

– ทรรศนะ : ความมั่นใจไม่เหลือเลยสำหรับ “แตนอะละวาด” ซึ่งเชื่อหรือไม่ว่าเล่นมาตั้งหลายเกม พวกเขายังชนะในบ้านไม่ได้สักที ส่วน “ปราสาทเรือนแก้ว” นั้นปีนี้มีดีที่เกมรับเหนียวแน่น พร้อมกับโต้กลับอย่างคมกริบ ดังนั้น รูปเกมคงตันๆ และ ทีมเยือนน่าจะเฉือนไปด้วย

– ฟันธง : พาเลซชนะลูกเดียว

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ v แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เวลา 00.30 น. (เช้าวันอาทิตย์)

– แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : คืนฟอร์มเก่งทันทีหลังยกพลไปบุกถล่ม เบิร์นลี่ย์ ได้ ทำให้ความมั่นใจน่าจะกลับมาอีกครั้ง โดยอย่างน้อย กาเบรียล เฆชุส นั้นก็กลับมายิงได้อีกครั้ง ซึ่งน่าจะสร้างความมั่นใจให้ ดาวเตะบราซิล ไม่น้อย เนื่องจากต่อจากนี้ เฆชุส ต้องรับหน้าที่หนักหลัง เซร์คิโอ อเกวโร่ ดาวยิงตัวเก่งต้องพักหลายสัปดาห์

อย่างที่เรียนไปว่า “เอล กุน” ไม่พร้อม นอกจากนี้ เลรอย ซาเน่, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ และ อายเมริค ลาปอร์เต้ ยังเจ็บยาว ส่วนแนบรับก็เสียประตูแทบทุกนัด จนเป็นจุดบอดใหญ่ของทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไปแล้ว

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : กลับมาโชว์ฟอร์มเทพได้ถูกจังหวะเวลา หลังปราบ สเปอร์ส ได้ 2-1 พร้อมโดดมารั้งอันดับ 6 ได้แล้ว ทว่างานหนักสุดหินกำลังรอ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือโลกลาเวนเดอร์ในเกมนี้

โดยเกมนี้ “ปีศาจแดง” จะไม่มี ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช. ดิเอโก้ ดาโล่ต์, มาร์กอส โรโฮ และ เอริก ไบญี่ เหมือนเดิม ขณะที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เจ็บกล้ามเนื้อและไม่รู้ว่าจะหายอีกทีตอนไหน

ดังนั้น “น้าโอเล่” น่าจะยึดชุดเดิมเป็นหลักจากเกมปราบ “ไก่เดือยทอง” โดยคีย์แมน คือ มาร์คัส แรชฟอร์ด, สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด ที่โดดเด่นมากๆในเกมดังกล่าว 

– ทรรศนะ : แม้ทีมเยือนจะทำผลงานได้ดีมากยามเจอทีมท็อป 6 ทว่าทั้งหมดคือการเล่นในบ้าน ดังนั้นนี่คือบทพิสูจน์ว่า โอเล่ เก่งกับทีมใหญ่จริงหรือไม่ รูปเกมคงเป็นทีมของ เป๊ป ที่ครองบอลและหาโอกาสบุกใส่ “ปีศาจแดง” ซึ่งหากบุกแล้วจบไม่ได้ พวกเขาอาจจะเหนื่อยต้องกับเกมโต้กลับสไตล์ ฟาสต์ แอนด์ ฟิวเรียส 

จุดสำคัญของเกมนี้ คือ ทีมไหนจะได้ประตูแรกก่อนกัน เพราะหาก ยูไนเต็ด เสียก่อน แผนที่พวกเขาถนัดจะพังทันที แต่หาก ซิตี้ เสียก่อน แนวรับพวกเขาเปิดพื้นที่มากแน่นอน 

– ฟันธง : เสมอเดือด 2-2

 

► ดูผลบอลสดได้ที่ FinalGoal

► ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้แล้ววันนี้ Andriod & IOS

Recommended Posts