กูรูมองเกม When Saturday comes : จัดเต็ม 8 คู่ / บิ๊กแมตช์ เรือเจอสิงห์ / หงส์ไม่ง่าย / ปืนห้ามกาก

กูรูมองเกม When Saturday comes : จัดเต็ม 8 คู่ / บิ๊กแมตช์ เรือเจอสิงห์ / หงส์ไม่ง่าย / ปืนห้ามกาก

สวัสดีแฟนๆไฟนอลโกล์ทุกท่านครับ ผม “ต้นสน” จะรับหน้าที่วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกของคืนวันเสาร์เหมือนเช่นเคยนะครับ

วีคนี้มีเกมที่น่าสนใจหลายคู่ ไม่ว่าจะเป็นคู่เปิดหัวที่สองทีมฟอร์มแย่มาเจอกันเองอย่าง เวสต์แฮมและสเปอร์ส หรือจะเป็น อาร์เซนอล ที่ต้องชนะเมื่อเจองานง่ายแบบนี้ 

ขณะที่ ลิเวอร์พูล ต้องไปเจอของแข็งอย่าง พาเลซ และปิดท้ายที่ แมนฯ ซิตี้ กับ เชลซี ซึ่งเป็นซุปเปอร์เกมประจำสัปดาห์

บทวิเคราะห์จะเป็นอย่างไร ลองติดตามกันได้เลย…

 

เวสต์แฮม v สเปอร์ส

เวลา 19.30 น.

– เวสต์แฮม : ไม่ชนะใครมา 6 เกมรวดเข้าไปแล้ว จนทำให้เก้าอี้ของ มานูเอล เปเยริกินี่ ร้อนเป็นไฟทีเดียว โดยล่าสุดพวกเขาพ่าย เบิร์นลี่ย์ แบบหมดสภาพ 0-3

ปัญหาหลักคือ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ นายทวารตัวเก่งที่เจ็บกล้ามเนื้อฉีกจนต้องพักยาว และมือสองอย่าง โรแบร์โต้ ไม่สามารถทดแทนได้นั่นเอง

นอกจากนี้ “ขุนค้อน” จะขาด มานูเอล ลานซินี่ ที่ไปผ่าตัดมาและไม่รู้ว่าต้องพักนานแค่ไหน แต่ว่าพวกเขาอาจจะได้ มาร์ค โนเบิล, แจ็ค วิลเชียร์ และ มิคาอิล อันโตนิโอ กลับมา บวกกับตัวเก่งอย่าง เซบาสเตียน ฮาลเลอร์ และ ฟิลิปเป้ แอนเดอร์สัน ที่ได้พักมาเต็มๆ

– สเปอร์ส : อาการหนักไม่แพ้เพื่อนร่วมเมือง เพราะ “ไก่เดือยทอง” ก็ไม่ชนะในลีกมา 5 เกมติดแล้วเหมือนกัน โดย ช่วงเบรคทีมชาติ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ปิดห้องคุยกับเจ้าของทีมเลยทีเดียว ก่อนที่บทสรุปคือไล่ออก

หลังจากนั้นไม่ถึง 24 ชั่วโมง โชเซ่ มูรินโญ่ ก็เข้ามาทำหน้าที่แทน พร้อมเรียกข่าวฮือฮาตลอดหลายวันที่ผ่านมา

เกมนี้นายใหญ่คนใหม่ของ “ไก่เดือยทอง” จะไม่มี ฮูโก้ ยอริส, แยน แฟร์ตองเกน และ เอริค ลาเมล่า ที่เจ็บหมด ส่วนคนอี่นอย่าง เดเล่ อัลลี่, แฮร์รี่ เคน และ ซง เฮือง มิน น่าจะลงสนามอย่างพร้อมเพรียงเพื่อแบกทีมและคว้าชัยเกมแรกให้น้ามู

– ทรรศนะ : สองทีมที่มีผลงานย่ำแย่อย่างต่อเนื่องมาเจอกัน และต่างฝ่ายต่างต้องการที่จะหาจุดเปลี่ยนด้วยกันทั้งคู่ ดังนั้นเชื่อได้เลยว่าใส่กันไฟแลบแน่นอนรูปเกมคงออกมาสูสี แต่เชื่อว่าในความพิเศษของชายชื่อ มูรินโญ่ จะทำให้ทีมเยือนได้สามคะแนน

– ฟันธง : น้ามูเปิดหัว 2-1

 

บอร์นมัธ v วูล์ฟแฮมป์ตัน

เวลา 22.00 น.

– บอร์นมัธ : ปราบ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างสะใจกองแช่งทีมอื่นมา แต่กลับมาแพ้ให้กับ นิวคาสเซิล ลง จนตกลงมาอยู่อันดับ 9 แล้ว

อัพเดตล่าสุดระบุว่า พวกเขาต้องเสีย โจชัว คิง กองหน้าตัวเก่งที่เจ็บไปสมทบกับ แอนดรูว์ เซอร์แมน, ดวิด บรู๊คส์, ชาร์ลี แดเนียลส์ และ จูเนียร์ สตานิสลาส ทั้งต้องลุ้นสภาพของ ไรอัน เฟรเซอร์ อีกที

ทว่าอย่างน้อย ตัวหลักอย่าง คาลั่ม วิลสัน, นาธาน เอเก้ และ แฮร์รี่ วิลสัน ที่ยืมมาจาก ลิเวอร์พูล พร้อมลงปั่นป่วนได้หมด 

– วูล์ฟแฮมป์ตัน : จากรองบ๊วยสู่อันดับ 8 ในเวลาเดือนกว่าๆ คงบอกได้แต่ว่า “หมาป่า” กลับมาแล้ว โดยเกมล่าสุดพวกเขาปราบ วิลล่า ในมิดแลนด์ดาร์บี้อย่างสุดมันส์

สำหรับนัดนี้ ทีมเยือน จะไม่มี วิลลี่ โบลี่ แต่อาจได้  อดาม่า ตราโอเร่ และ มอร์แกน กิ๊บส์ส-ไวท์ ผ่านความฟิตลงสนาม 

ส่วนตัวเก่งๆอย่างรุย ปาตริซิโอ, คอเนอร์ โคอาดี้, ดีเอโก้ โจต้า, ไรอัน เบนเนตต์, โรมัน ซาอิส, รูเบน เนเวส, และ ราอูล ฆิเมเนซ ลงเล่นได้หมด

– ทรรศนะ : ถือว่าน่าสนใจน้อย เพราะทั้งสองทีมมักสร้างปัญหาให้ทีมใหญ่เสมอ ทว่าความเอาแน่เอานอนไม่ได้ของเจ้าถิ่นก็ยังเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่ ส่วนตัวคิดว่า วูลฟ์ฯ จะไม่แพ้แต่จะดีพอถึงขั้นชนะหรือไม่ ต้องลุ้นกันเอง

– ฟันธง : ทีมละแต้มแบ่งกันไป

 

อาร์เซน่อล v เซาแธมป์ตัน

เวลา 22.00 น.

– อาร์เซน่อล : ไม่น่าเชื่อว่ายักษ์หลับทีมนี้จะไม่ชนะใครในลีกมา 4 เกมติดต่อกันให้แล้ว และผลงานก็มีแต่สาละวันเตี้ยลงเรื่อยๆ จนกระแสไล่ อูไน เอเมรี่ ดังขึ้นทุกวันที่ลอนดอน

เกมนี้ ขงเบ้งเลือดสเปน จะไม่มี กรานิต ชาก้า ที่คงหมดอนาคตไปแล้ว และต้องลุ้นความฟิตของ ดานี่ เซบายอส ส่วนคนอื่นอยู่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง, อเล็กซ็องเดร์ ลากาแซ็ตต์ และ นิโคลัส เปเป้ ที่พร้อมจะเป็นสามประสานโจมตีคู่แข่งได้

– เซาแธมป์ตัน  : 7 เกมหลังสุด พวกเขาเก็บได้ 1 แต้มจาก 21 คะแนนเต็ม จนร่วงลงมาอยู่รองบ๊วย พร้อมมีผลต่างติดลบถึง 18 ลูกหลังโดน เลสเตอร์ ถล่มเละเทะ 0-9 จนเป็นสถิติที่ย่ำแย่ที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก 

เกมนี้ ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิล นายใหญ่เงาหัวใกล้หมด จะมีทีมที่สมบูรณ์พร้อมให้เลือกลงสนาม นำโดย ยานนิค เวสเตอร์การ์ด, เซดริก ซัวเรซ, ไรอัน เบอร์ทรานด์, เจมส์ วอร์ด-เพราส์, โอริออล โรเมอู, ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก, นาธาน เร้ดม่อนด์, เช อดัมส์ และ แดนนี่ อิงส์ 

– ทรรศนะ : ถ้า เอเมรี่ พาทีทเก็บสามแต้มไม่ได้ รับรองว่า เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ได้ลุกเป็นไฟแน่นอน แต่ดูทรงแล้ว สกอร์คงไม่ขาดเท่าไร ส่วนทีมเยือน หากยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง ปีหน้าอาจจะได้ไปลุ้นแชมป์แชมเปี้ยนชิพแทน

– ฟันธง : ปืน 2-0

 

ไบรท์ตัน v เลสเตอร์ ซิตี้

เวลา 22.00 น.

– ไบรท์ตัน : เป็นทีมที่ทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดมากๆ ซึ่งต้องยอมรับฝีมือของ เกรแฮม พร็อตเตอร์ ที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก แม้ล่าลุดจะออกไปพ่าย แมนฯ ยู ก็ตาม

โดยเกมนี้ ไบรท์ตัน จะขาด ลูอิส ดังค์ ที่เก็บเหลืองครบห้าใบ ขณะที่ อารอน คอนนอลลี่, เบอร์นาร์โด้, อดัม เว็บเตอร์, เลอันโดร ทรอสซาร์ด และ โฆเซ่ อิซเกียร์โด้ น่าจะไม่ไหวทั้งหมด

– เลสเตอร์ ซิตี้  : สุดยอด สุดยอด และสุดยอด สำหรับ “จิ้งจอกสยาม” ที่ยังเกาะท็อปทรีอย่างต่อเนื่อง โดยต้องยกนิ้วให้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จริงๆที่พาทีมพัฒนาขึ้นมาได้ขนาดนี้ ยิ่งล่าสุดปราบ อาร์เซนอล มาแบบบอลคนละคลาสเลยทีเดียว

เกมนี้ทัพ “จิ้งจอกสยาม” จะไม่มี แม็ตตี้ เจมส์ ที่ยังเจ็บอีกนาน ส่วนตำแหน่งอื่นๆ จัดทัพเต็มได้ ไม่ว่าจะเป็น เจมี่ วาร์ดี้ ดาวยิงตัวเก่ง, แคสเปอร์ ชไมเคิล กัปตันทีม, เจมส์ แมดดิสัน ยอดเพลย์เมคเกอร์, ริคาร์โด เปเรย์รา, คัลลาร์ โซยุนคู, จอนนี อีแวนส์, เบน ชิลเวลล์,  วิลเฟรีด เอ็นดิดี, อาโยเซ่ เปเรซ, ยูรี เทเลมองส์ และ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์

– ทรรศนะ : น่าสนใจมาก เพราะปีนี้เจ้าถิ่นแพ้ในบ้านไปเพียงเกมเดียว และยังเคยชนะ สเปอร์ส กับ เอฟเวอร์ตัน ที่นี่มาแล้ว ทว่าความแรงของทีมเยือนก็ฮอตเหลือหลาย และน่าจะมีทีเด็ดที่จะมาควักสามแต้มกลับไปได้

– ฟันธง : จิ้งจอกเฉือด 2-1

 

คริสตัล พาเลซ v ลิเวอร์พูล

เวลา 22.00 น.

– คริสตัล พาเลซ :  ไม่ชนะใครมา 4 เกมติดต่อกัน แต่ต้องยอมรับว่าพวกเขาเจอของแข็งจริงๆ ไล่ตั้งแต่ แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, เลสเตอร์ และ เชลซี

สำหรับเกมนี้ อาจจะเป็นงานหนักที่สุด เพราะพวกเขาต้องเจอกับ “จ่าฝูงไร้พ่าย” 

โจเอล วอร์ด น่าจะเล่นไม่ได้แน่ๆ ส่วน วิลฟรีด ซาฮา ไม่สมบูรณ์แต่น่าจะโดนเข็นลงสนาม ขณะที่ตัวหลักอย่าง ลูก้า มิลิโวเยวิช, จอร์แดน อายิว, แกรี่ เคฮิลล์, ชีคคู คูยาเต้ และ อันดรอส ทาวน์เซ่นด์ น่าจะเป็นกำลังสำคัญ

– ลิเวอร์พูล : บอกได้คำเดียวว่า “ถ้าไม่เอาปีนี้ จะเอาปีไหน” เพราะ 12 เกมที่ผ่านมา พวกเขาไม่รู้จักความพ่ายแพ้เลยและผ่านเกมยากๆมาหมดแล้ว จนมีความรู้สึกว่า การรอคอย 30 ปีกำลังจะสิ้นสุดจริงๆแล้ว 

เกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือพันธุ์ร็อค จะไม่มี โจเอล มาติป และ เซอร์ดาน ชากิรี่ ที่ยังต้องพักต่อไป ทั้งต้องลุ้นความฟิตของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, โจ โกเมซ และ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ แต่คาดว่าสามคนแรกน่าจะพร้อมแน่ๆ

ขณะที่ตัวเก่งอื่นๆอยมาง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, ซาดิโอ มาเน่, อลิสสัน เบ็คเกอร์ และ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ พร้อมลงทั้งหมด

– ทรรศนะ : แม้จะต้องมาเยือน แต่เชื่อว่าเป้าหมายของ “หงส์แดง” มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น และด้วยทีเด็ดของ มาเน่ จะทำให้พวกเขาสมหวังได้

– ฟันธง : จ่าฝูงเบียดชนะแบบหัวใจจะวาย

 

เอฟเวอร์ตัน v นอริช ซิตี้

เวลา 22.00 น.

– เอฟเวอร์ตัน : สองเกมหลังเก็บสี่แต้มจนกระแสไล่ มาร์โก้ ซิลวา เบาบางลงไป แต่ฟอร์มการเล่นยังคงไม่น่าประทับใจเท่าไร

รายงานระบุว่าเกมนี้ “ท็อฟฟี่” จะไม่มี ฟาเบรียน เดลฟ์ และ เบอร์นาร์ด แน่ๆ ส่วน อังเดร โกเมส นั้นหายไปอีกนาน

แต่ตัวหลักอย่าง จอร์แดน พิคฟอร์ด, เซมัส โคลแมน, เยอร์รี่ มิน่า, ไมเคิ่ล คีน, ลูก้า ดีญ, ริชาร์ลิซอน, กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน, อเล็กซ์ อิโวบี และ มอยเซ่ คีน พร้อมเป็นตัวเลือกทั้งหมด

– นอริช ซิตี้  : เป็นทีมแรกที่แจกสามแต้มให้ วัตฟอร์ด ในฤดูกาลนี้ พร้อมกับส่งผลให้สถิติ 7 เกมหลังสุดสะกดได้ว่า แพ้ 6 เสมอ 1 

ปัญหาของ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” คือเสียประตูง่ายมาก และเมื่อแนวรุกโดนจับทางได้ พวกเขาจึงแพ้รัวๆเช่นนี้ โดยเฉพาะ ติมู ปุกกี้ ที่ยิงไม่ได้ตั้งแต่เจอ “เรือใบสีฟ้า”

ที่น่าเห็นใจ คือ ก่อนหน้านี้ทีมเยือนตัวเจ็บเยอะมากจริงๆ แต่ตอนนี้เหลือแค่ ทิม โคลเซ่, คริสตอฟ ซิมเมอร์มันน์, มาริโอ วรานซิช, จาเมล เลวิส และ แกรนท์ ฮัลเลย์ เท่านั้น ซึ่งถือเป็นข่าวดีมากๆ

– ทรรศนะ : เพื่อความต่อเนื่อง “ท็อฟฟี่” ห้ามมองต่กว่าสามแต้มในการเจอกับทีมอย่าง นอริช ดังนั้นรูปเกมคงเป็นเจ้าถิ่นที่บุกใส่อย่างไม่ลดละ พร้อมกับชนะไปได้

– ฟันธง : เอฟ’ตัน ยิงสลุตสองลูกอัพ

 

วัตฟอร์ด v เบิร์นลี่ย์

เวลา 22.00 น.

– วัตฟอร์ด : จุดเปลี่ยนแห่งซีซั่นวิ่งมาหาพวกเขาแล้ว หลังเก็บชัยชนะเกมแรกในรอบ 12 นัดได้ ดังนั้นทั้งหมดอยู่ที่ กีเก้ ฟลอเรส และลูกทีมว่าจะรักษาโมเมนตัมนี้ได้นานแค่ไหน ซึ่งโอกาสเป็นใจไม่น้อยเมื่อดูจากรายชื่อผู้มาเยือน

เกมนี้ ทีมเยือนจะไม่มี คริสเตียน กาบาเซเล่ ที่โดนแบนแน่ๆ ส่วน แดนนี่ เวลเบ็ค, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, อิสไมลา ซาร์, โรแบร์โต้ เปเรย์ร่า และ เซบาสเตียน โพรเดิ้ล นั้นบาดเจ็บ ซึ่งตัวเจ็บมากมายตั้งแต่เปิดซีซั่นคือเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกเขาตกต่ำ

– เบิร์นลี่ย์ : กลับมาชนะได้อีกครั้ง หลังอัด เวสต์แฮม ไป 3-0  แม้ก่อนหน้านี้ ทีมเยือนจะแพ้มาสามนัดติดต่อกันต่อ เลสเตอร์ (1-2), เชลซี (2-4) และ เชฟฯ ยูไนเต็ด (0-3) ก็ตาม

โดยเกมนี้ เบิร์นลี่ย์ จะยังไม่มี แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ กองกลางตัวยืมยังไม่พร้อม  และ โยฮัน เบิร์ก กุดมุนด์สัน ที่ยังไม่หายทั้งหมด ส่วน คริส วู้ด กองหน้าตัวโขก และ แอสลี่ช์ บรานส์ ดาวยิงตัวเก่งพร้อมลุย

ทรรศนะ : สูสีเหมือนกัน แต่เจ้าถิ่นกำลังคึกหลังเปิดซิงชนะเกมแรกได้เลย ดังนั้นเชื่อเหลือเกินว่า พวกเขาคงพยายามเต็มที่ และมีโอกาสที่สามคะแนนจะอยู่กับ “แตนอะละวาด” ไม่น้อยทีเดียว

ฟันธง : วัตฟอร์ดทำได้ 2-0

 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ v เชลซี

เวลา 00.30 น.

– แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : จากที่ออกสตาร์ทได้ร้อนแรง ทว่าตอนนี้ ซิตี้ กลับตกลงมาถึงอันดับ 4 ของตารางแล้ว พร้อมกับมีแต้มตามหลัง “จ่าฝูง” อย่าง ลิเวอร์พูล ถึง 8 คะแนน

โดยแมตช์นี้ตัวสำคัญอย่าง เอแดร์สัน น่าจะกลับมาเฝ้าเสาได้ แต่พวกที่เดี้ยงยาวๆอย่าง เลรอย ซาเน่, โรดรี้ กองกลางตัวสำคัญ, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ และ อายเมริค ลาปอร์เต้ กองหลังตัวเทพ ยังไม่พร้อม เช่นเดียวกับ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ที่โดนแบนข้อหาไปโพสทวิตเตอร์แบบไร้สาระ

– เชลซี : อันนี้เป็นความตรงข้ามกับเจ้าถิ่น เพราะหากนับตั้งแต่แพ้ แมนฯ ยู เละเทะในเกมเปิดซีซั่น ทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด เก็บแต้มรัวๆ จนก้าวมาติดท็อปโฟร์แล้ว

เกมนี้ ยักษ์ใหญ่แห่งลอนดอน จะไม่มี อันโตนิโอ รูดิเกอร์, รอส บาร์คลี่ย์ และ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ที่ยังไม่หายเจ็บ ส่วน คริสเตียน พูลิซิส ต้องลุ้นความฟิตก่อนลงสนาม ทว่าตัวเทพๆอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้, วิลเลี่ยน, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, เมสัน เม้าท์ และ แทมมี่ อิบราฮัม พร้อมลงสนามทั้งหมด ทำให้ทีมพร้อมเต็มที่

– ทรรศนะ : บิ๊กแมตช์ประจำวีคสำหรับคู่นี้ ซึ่งน่าจะใส่กันยับแน่นอน เพราะนี่คือโอกาสดีที่ เชลซี จะทำแต้มหนี ซิตี้ พร้อมกับทำให้ความเครียดของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เพิ่มมากขึ้นไปอีก แต่ว่าด้วยความที่เล่นใน ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม ทำให้ “เรือใบสีฟ้า” ยังกุมความได้เปรียบอยู่มาก และน่าจะเบียดชนะไปได้ เว้นเสียแต่ว่า ทีมเยือน จะมาบุกใส่ ซึ่งนั่นอาจจะเปิดพื้นที่ให้พวก กุน อเกวโร่ และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ในการยิงประตูมากกว่าเดิม

ฟันธง : เรือชนะ 3-1

 

► ดูผลบอลสดได้ที่ FinalGoal

► ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้แล้ววันนี้ Andriod & IOS

Recommended Posts