ฝันยังไม่จบ ก็สู้กันต่อไป : เส้นทางต่อจากนี้ของ ‘ช้างศึก’ ในบอลโลก 2022

ฝันยังไม่จบ ก็สู้กันต่อไป : เส้นทางต่อจากนี้ของ ‘ช้างศึก’ ในบอลโลก 2022

เขียนโดย : สรร ต่อศรีเจริญ

สวัสดีครับแฟนๆ “ไฟนอล โกล์” ทุกท่าน กลับมาพบกับผม “สรร ต่อศรีเจริญ” อีกครั้งนะครับ โดยผ่านพ้นไปแล้วกับโปรแกรมทีมชาติในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งแน่นอนว่าโฟกัสหลักของเราก็อยู่ที่ผลงานของทีมชาติไทยในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โดยสองเกมที่ผ่านมากับ มาเลเซีย และ เวียดนาม พวกเราเก็บได้เพียง 1 แต้มจากคะแนนเต็ม 6 คะแนนเท่านั้น จนทำให้เสียงบ่น อากิระ นิชิโนะ ดังขึ้นทั่วเมือง

 แน่นอนว่าในฐานะ “แม่ทัพใหญ่” แล้ว อาจารย์นิชิโนะ ต้องรับคำวิจารณ์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตัวที่ค้านสายตา, การเปลี่ยนตัวที่คิดช้าทำช้าเหลือเกิน และรวมไปถึงการแก้เกมที่ไม่ถูกใจแฟนๆ

 อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ผมคิดว่าหลายคนมองข้ามไปคือ เรื่องของทีมงาน เพราะหากดูจากรายชื่อบนม้านั่งสำรองในส่วนของทีมโค้ชแล้ว ไม่มีใครที่สามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้เลย ดังนั้น การมีผู้ช่วยโค้ชชาวญี่ปุ่น อาจจะเป็นประโยชน์มากๆของทีมชาติไทยก็ได้ เพราะในสนามนั้น ทุกวินาทีนั้นบีบหัวใจ และการที่เราจะมาลุ้นให้หัวหน้าผู้ฝึกสอนตัดสินใจอะไรสักอย่างเพียงคนเดียว ย่อมเป็นเรื่องที่ยากลำบากในการคุมทีม

ผมคงไม่บ่นกับผลการแข่งขัน และวิจารณ์นักเตะเป็นรายคนครับ ทว่าอยากจะขอเขียนถึงภาพรวมในฐานะคนที่เคยอยู่ข้างสนามเมื่อไม่นานมานี้ และแฟนบอลชาวไทยคนหนึ่งครับ

(เครดิตภาพ : CHANGSUEK)

1.เกมเยือนยากเสมอ

แน่นอนว่าทุกคนเข้าใจว่า การไปเล่นนอกบ้าน ย่อมเป็นงานที่ไม่ง่ายของทุกทีม ยิ่งต้องไปเจอกับสองสนามที่มีแฟนบอลเข้ามาชมเกมมากมายอย่าง มาเลเซีย และ เวียดนาม แล้วยิ่งไปกันใหญ่ สิ่งที่อยากบอกก็คือ เรื่องนี้เป็นปัญหาของทีมชาติไทยในทุกยุคทุกสมัย แม้ปัจจุบันการบริหารจัดการนั้นดีขึ้นมากแล้ว ทว่าผมคิดว่า เราจำเป็นต้องมีเกมอุ่นเครื่องในนัดเยือนบ่อยมากขึ้นไปอีกครับ เพื่อพัฒนาการเล่นในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละเกม

2.เปลี่ยนตัวช้า

อย่างที่เรียนไปว่า แฟนๆส่วนใหญ่ข้องใจกับการที่ โค้ชนิชิโนะ เปลี่ยนตัวช้า เพราะรูปเกมเราอาจจะครองบอลและมีโอกาสมากกว่า เวียดนาม จริง ทว่าในเกมแบบนี้ ทีมอาจจะต้องการตัวทีเด็ดที่ลงไปเปลี่ยนเกมได้ ซึ่งในเกมกับ เวียดนาม นั้น เฮดโค้ชเลือดบูชิโด รอถึงนาทีที่ 86 ถึงเปลี่ยนตัวแรก ตามด้วยคนที่สองในนาที 91 นอกจากนี้ยังเป็นตัวที่แฟนๆเดาได้อีกด้วย

เช่นเดียวกับเกมกับ มาเลเซีย ที่ทีมชาติไทยตามหลังคู่แข่งร่วมครึ่งชั่วโมง แต่กลับแก้เกม เปลี่ยนนักเตะตามตำแหน่ง โดยไม่มีการเสริมแนวรุกลงไปเลย

3.งูกินหาง

จากอันดับ 1 ของกลุ่มเมื่อเดือนก่อน มาตอนนี้ทัพ “ช้างศึก” ตกลงมาอยู่ที่อันดับ 3 ของตารางแล้ว พร้อมกับตามหลัง เวียดนาม 3 แต้ม ที่น่าเหลือเชื่อคือ เต็งหนึ่งอย่าง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้น ตกมาเป็นอันดับ 4 ของกลุ่มพร้อมกับตามหลังเวียดนามถึง 5 แต้มแล้ว อย่างไรก็ตาม โปรแกรมหลังจากนี้จะเป็นการตัดสินทุกอย่าง ทว่าเชื่อเหลือเกินว่า กลุ่มนี้ลุ้นยันนัดสุดท้ายแน่นอน

4.ชีวิตต่อจากนี้

ไทย เหลือโปรแกรมที่ต้องไปเยือน ยูเออี ทีมเดียว พร้อมกับได้เล่นในบ้านอีกสองเกมกับ มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ซึ่งจากสามเกมนี้ เราจำเป็นต้องมีอย่างน้อย 7 คะแนนหากยังหวังเข้ารอบ ส่วน เวียดนาม เหลือเกมในบ้านกับ อินโดนีเซีย และต้องไปเยือนของแข็งอย่าง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และทัพ “เสือเหลือง” ที่น่าจะสบายที่สุด คือ ยูเออี เพราะพวกเขามีเกมในบ้านในมือถึงสามเกม

โปรแกรมการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2022 กลุ่ม จี 

:: วันที่ 26 มี.ค. 2563 ::

ยูเออี – มาเลเซีย

ไทย – อินโดนีเซีย

:: วันที่ 31 มี.ค. 2563 ::

มาเลเซีย – เวียดนาม

อินโดนีเซีย – ยูเออี

:: วันที่ 4 มิ.ย. 2563 ::

ยูเออี – ไทย

เวียดนาม – อินโดนีเซีย

:: วันที่ 9 มิ.ย. 2563 ::

ยูเออี – เวียดนาม

ไทย – มาเลเซีย

5.คู่แข่งกลุ่มอื่นๆ

ความน่าสนใจในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกแบบเอเชียก็คือ จะมีอันดับสองที่ดีที่สุดจำนวน 4 ทีมผ่านเข้ารอบต่อไป และตอนนี้อาจจะเพิ่มเป็นถึง 5 ทีม เพราะเส้นทางของ กาตาร์ เจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 นั้น น่าจะได้ตำแหน่ง “แชมป์กลุ่ม” ค่อนข้างแน่

โดยถึงตอนนี้มีหลายกลุ่มที่มีคะแนนพลิกล็อคมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อิหร่าน ยักษ์ใหญ่ของเอเชีย ที่หลุดแพ้ไปถึง 2 จาก 4 เกมแรกในกลุ่มซี หรือจะเป็นกลุ่มดีที่ทุกทีมยังมีโอกาสเข้ารอบต่อไปทั้งหมด เช่นเดียวกับกลุ่มเฮชที่ “ตัวเต็ง” อย่าง เกาหลีใต้ ดันหลุดเสมอไป 2 เกม จนทำให้อันดับ 1 ถึง 4 ในกลุ่มนี้ มีคะแนนที่ 8-9 คะแนนทั้งหมด

ด้วยเหตุนี้ 15 คะแนนที่ทีมชาติไทยหวังไว้ ก็อาจจะเพียงพอให้พวกเราได้ลุ้นเข้ารอบ แต่ทางที่ดี “ขุนพลลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา” ควรเก็บ 9 แต้มเต็มจากสามเกมสุดท้าย(แม้ยากมาก) เพื่อการันตีโอกาสเข้ารอบจะดีที่สุด

ไม่มีใครตอบได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป สิ่งที่ทำได้คงเพียงได้แต่ร่วมมือร่วมใจไปให้ถึงเป้าหมายรอบ 12 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียให้จงได้

ซึ่งผมมั่นใจว่า ทีมชาติไทยของเรา จะได้ลุ้นจนถึงนัดสุดท้ายแน่ๆ ก็ได้แต่หวังว่า ทัพ “ช้างศึก” จะร่วมมือร่วมใจ และสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้หันมาเชียร์ ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เพื่อทำศึกซีเกมส์ และ เอเอฟซี ยู 23 กันก่อน เพราะผลการแข่งขันในสองรายการนี้อาจจะบ่งชี้ว่า อากิระ นิชิโนะ จะได้ไปต่อไหมกับตำแหน่ง “แม่ทัพ” ใหญ่ของเรา

ได้แต่บอกว่า “กัมบัตเตะเนะ” หรือ “สู้ๆนะ” นิชิโนะเซนเซ

 

เกี่ยวกับผู้เขียน

สรร ต่อศรีเจริญ – อดีตล่ามโค้ชมิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทยและผู้ประสานงานทีมชาติไทย ผู้หลงรักฟุตบอลตั้งแต่เด็ก และฝันที่จะเห็นทีมชาติไทยไปบอลโลกให้ได้

 

► ดูผลบอลสดได้ที่ FinalGoal

► ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้แล้ววันนี้ Andriod & IOS

Recommended Posts