กูรูมองเกม When Saturday comes : วันที่ ผี-ปืน-หงส์-เรือ-สิงห์ ลงสนามครบ

กูรูมองเกม When Saturday comes : วันที่ ผี-ปืน-หงส์-เรือ-สิงห์ ลงสนามครบ

สวัสดีแฟนๆไฟนอลโกล์ทุกท่านครับ ผม “ต้นสน” จะรับหน้าที่วิเคราะห์เกมพรีเมียร์ลีกของคืนวันเสาร์เหมือนเช่นเคยนะครับ

วีคนี้มีเกมที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นคู่เปิดหัวที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่กำลังมั่นใจสุดๆ จะไปเยือน บอร์นมัธ เช่นเดียวกับ ลิเวอร์พูล ที่ต้องเล่นนอกถิ่นกับ แอสตัน วิลล่า ขณะที่ อาร์เซนอล และ แมนฯ ซิตี้ จะได้เล่นในบ้านทั้งคู่ และปิดท้ายที่ เชลซี ที่จะไปเยือน วัตฟอร์ด ในคู่ดึก

บทวิเคราะห์จะเป็นอย่างไร ลองติดตามกันได้เลย…

บอร์นมัธ v แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เวลา 19.30 น.

บอร์นมัธ : ได้พักมาเต็มๆหลังตกรอบบอลถ้วยแต่หัววัน อย่างไรก็ตาม ผลงานของพวกเขาไม่ดีเลยเมื่อไม่ชนะใครมาสี่เกมติดต่อกัน โดยล่าสุดทำได้แค่เสมอกับทีมบ๊วยอย่าง วัตฟอร์ด เท่านั้น 

รายชื่อคนเจ็บเหลือแค่ ดวิด บรู๊คส์, แดน กอสลิ่ง, ชาร์ลี แดเนียลส์ และ จูเนียร์ สตานิสลาส ส่วนตัวหลักอย่าง คาลั่ม วิลสัน, โจชัว คิง, ไรอัน เฟรเซอร์ และ แฮร์รี่ วิลสัน ที่ยืมมาจาก ลิเวอร์พูล น่าจะลงปั่นป่วนได้หมด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : กำลังใจมาเต็มหลังทำผลงานได้ดีเมื่อเก็บชัยชนะสามเกมรวดจากสามรายการ แถมที่เด็ดดวงคือเป็นการชนะเกมเยือนทั้งหมด ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ทีมสร้างสถิติไม่ชนะเกมเยือน 11 เกมรวด 

สถานการณ์ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือโลกสวยดีขึ้นมาก และคงพยายามเต็มที่เพื่อเก็บชัยสี่เกมรวดให้จงได้ อย่างไรก็ตามพวกเขาจะไม่มี ปอล ป็อกบา, อเซล ตวนเซเบ้, เนมานย่า มาติช, ดิเอโก้ ดาโลต์ แน่ๆ ส่วน เอริก ไบญี่ พักยาวจนแฟนผีเองก็ลืมว่าแกอยู่กับทีมไปแล้ว 

ทรรศนะ : “ปีศาจแดง” กำลังมั่นใจสุดขีดหลังกำจัดจุดอ่อนในการเล่นเกมเยือนได้แล้ว ทั้งยังมีจุดแข็งในการเรียกจุดโทษได้ทุกเกม(ฮา)  ทว่าจริงๆแล้ว ทีมก็ยังไม่ลงตัวเท่าไร 

ฟันธง : ผีหลอนเจ้าบ้าน 2-1

อาร์เซน่อล v วูล์ฟแฮมป์ตัน

เวลา 22.00 น.

 อาร์เซน่อล : ช่วงหลังมานี้ฟอร์มของทีมดังแห่งลอนดอนไม่ดีเลย โดยในลีก พวกเขาทำได้แค่เสมอกับ พาเลซ ในบ้านตัวเอง ขณะที่ล่าสุด แม้จะส่งสำรองหลายคน ทว่าก็พลาดเข้ารอบบอล อีเอฟแอล คัพ ไปอย่างน่าเสียดาย อีกทั้งยังมีกรณีของ กรานิต ชาก้า ให้ อูไน เอเมรี่ ได้ปวดหัวอีกด้วย

 ทว่าโชคดีที่อย่างน้อย เกมนี้ ขงเบ้งเลือดสเปน จะมีตัวเลือกในมือครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง, อเล็กซ็องเดร์ ลากาแซ็ตต์ และ นิโคลัส เปเป้ ที่พร้อมจะเป็นสามประสานโจมตีคู่แข่งได้

วูล์ฟแฮมป์ตัน : แพ้ แอสตัน วิลล่า ในบอลถ้วยลีก คัพ กลางสัปดาห์แต่ก็พักตัวหลักไว้เยอะ อีกทั้งก่อนเกมดังกล่าว “หมาป่า”ไม่แพ้ใครมา 6 เกมติดต่อกันจากทุกรายการ อีกทั้งผลงานในลีกก็ไฉไลสุดๆ จนเรียกได้ว่า กลับมาลุ้นพื้นที่ยุโรปดังเดิม

 สำหรับนัดนี้ ทีมเยือน จะไม่มี วิลลี่ โบลี่ แน่ๆ ส่วน ไรอัน เบนเนตต์ กลับมาลงสนามเมื่อกลางสัปดาห์ได้แล้ว ประกอบกับตัวเก่งๆอย่างรุย ปาตริซิโอ, คอเนอร์ โคอาดี้, ดีเอโก้ โจต้า, โรมัน ซาอิส, อดาม่า ตราโอเร่, รูเบน เนเวส, และ ราอูล ฆิเมเนซ แล้ว ทำให้พวกเขาพร้อมเหมือนกัน 

ทรรศนะ : ไม่ใช่งานง่ายของเจ้าถิ่นแน่ๆ หลังทีมเยือนฟอร์มสดเหลือเกิน และพร้อมจะบวกกับทุกทีม ประกอบกับผลงานช่วงหลังของ “ปืนใหญ่” ไม่ดีเลย ดังนั้นรูปเกมคงสูสี แต่สิ่งที่ อาร์เซนอล ต้องระวังคือเกมโต้กลับของทีมเยือนที่เคยเล่นงาน แมนฯ ซิตี้ จนน้ำตาตกมาแล้ว

ฟันธง : เสมอ 2-2

แอสตัน วิลล่า v ลิเวอร์พูล

เวลา 22.00 น.

 วิลล่า :  กลับมาได้ดีหลังโดน แมนฯ ซิตี้ ถล่มมาในลีก ก่อนจะมาพลิกฟอร์มเชือด วูลฟ์ฯ ได้ในบอลถ้วย 2-1 ทั้งๆที่ก็โรเทชั่นเยอะ จนทำให้ ดีน สมิท กุนซือใหญ่คึกสุดๆ

 สำหรับเกมนี้ “สิงห์ผงาด” ต้องลุ้นว่า แจ็ค กรีลิช กัปตันทีมคนเก่งจะลงสนามได้หรือไม่ แต่คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนคนอื่นๆอย่าง ทอม ฮีตัน นายประตูมือหนึ่ง, ไทรอน มิงส์ กองหลังตัวเทพ และ เวสลี่ย์ พร้อมลงซัดทั้งหมด

 ลิเวอร์พูล : เก็บชัยชนะสามเกมรวดจากทุกรายการ หลังสะดุดเสมอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึกแดงเดือด จนทำให้โอกาสลุ้น 4 แชมป์ยังเปิดกว้าง อีกทั้งเมื่อกลางสัปดาห์ อุตส่าห์ส่งสำรองทั้งหลายลงไปเล่น แต่ก็ยังดีพอที่จะคัมแบ็คกลับมาตีเสมอ อาร์เซนอล และชนะจุดโทษ เข้ารอบอย่างดีเยี่ยม

เกมนี้ “หงส์แดง” ต้องลุ้นความฟิตของ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ คนเดียว ส่วน โจเอล มาติป และ เซอร์ดาน ชากิรี่ ยังต้องพักต่อไป ขณะที่ตัวเก่งอื่นๆอย่าง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, ซาดิโอ มาเน่, อลิสสัน เบ็คเกอร์ และ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ พร้อมลงทั้งหมด

ทรรศนะ : เป็นเกมยากของทีมเยือน และมีโอกาสที่จะสะดุดเหมือนกัน เพราะพวกเขาไม่ชอบทีมที่มาเล่นเกมรับอุดใส่ รูปเกมคงจะอึดอัดสำหรับแฟนๆ “เดอะ ค็อป” แน่ๆ โอกาสออกเสมอมีเยอะ ทว่าหาก ลิเวอร์พูล ชนะแล้วละก็ ปีนี้อาจจะเป็นปีที่การรอคอยของพวกเขาสิ้นสุดลงจริงๆ

ฟันธง : แชร์คะแนนกัน

ไบรท์ตัน v นอริช ซิตี้

เวลา 22.00 น.

 ไบรท์ตัน  : เป็นทีมที่สร้างความประหลาดใจได้ต่อเนื่องเรื่อยๆ หลังก่อนหน้านี้เคยถล่ม สเปอร์ส เละเทะมาแล้ว ล่าสุดพวกเขาก็ปราบ เอฟเวอร์ตัน ลงได้ แม้จะถือว่าโชคดีเล็กน้อยก็ตาม อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือพวกเขาเอาแน่เอานอนไม่ได้เลย

โดยเกมนี้ ไบรท์ตัน จะขาด เบอร์นาร์โด้ และ โฆเซ่ อิซเกียร์โด้ แต่จะได้ อารอน มัวร์ กองกลางตัวเทพพ้นโทษแบนกลับมา

นอริช ซิตี้ : สัปดาห์ก่อน เปิดบ้านพ่าย แมนฯ ยูไนเต็ด ชนิดที่ทีมดีๆทีมอื่นไม่ค่อยทำได้(ฮา) โดยผลงานล่าสุดของพวกเขาย่ำแย่ไปหมดจนกลายเป็นตัวเต็งคู่กับ วัตฟอร์ด ที่จะตกชั้นในปีหน้าไปแล้ว

 ที่น่าเห็นใจ คือ พวกเขาตัวเจ็บเยอะมากจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น ทิม โคลเซ่, คริสตอฟ ซิมเมอร์มันน์, มาริโอ วรานซิช, ราล์ฟ เฟห์รมันน์ และ แกรนท์ ฮัลเลย์ ส่วน ทิม ครูล จอมเซฟจุดโทษ และ จาเมล เลวิส อาจจะกลับมาได้ ปัญหาใหญ่อีกข้อคือ ติมู ปุกกี้ ยิงไม่ได้มาหลายเกมแล้ว

 ทรรศนะ : ไบรท์ตัน ถือว่าฟอร์มดีในบ้านมากเมื่อแพ้ไปเพียงเกมเดียวจาก 5 นัด ยิ่งมาเจอกับ นอริช ที่เกมรับห่วยแตก และเล่นนอกบ้านได้ไม่ดีเลย ดังนั้น หากเจ้าบ้านพลาดการเก็บสามคะแนนไป ก็ไม่รู้จะทำเยี่ยงไรแล้ว

 ฟันธง : นกนางนวลใสๆสองลูกขึ้น

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ v เซาแธมป์ตัน

เวลา 22.00 น.

แมนฯ ซิตี้ : ชนะ วิลล่า ในลีกมาได้ ก่อนที่จะต่อเนื่องด้วยการผ่านเข้ารอบ อีเอฟแอล คัพ ได้ ซึ่งทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังอยู่ในช่วงไล่ตาม ลิเวอร์พูล อย่างขะมักเขม้น 

สำหรับนัดนี้ กุนซือเทพ จะขาด เลรอย ซาเน่, โรดรี้ กองกลางตัวสำคัญ, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ และ อายเมริค ลาปอร์เต้ ที่ยังพักยาวทั้งหมด

เซาแธมป์ตัน : อับอายของอับอายที่สุดหลังโดน เลสเตอร์ ถล่มเละเทะ 0-9 จนเป็นสถิติที่ย่ำแย่ที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก พร้อมกับทำให้กำลังใจหล่นวูบ และต้องหนีตายเต็มตัว

โดยล่าสุด ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิล นายใหญ่เงาหัวใกล้หมด จะยังไม่มี มูสซ่า เฌเนโป้ และ เซดริก ซัวเรซ ที่ไม่พร้อมลงสนามทั้งคู่ อีกทั้ง ไรอัน เบอร์ทรานด์ ยังโดนแบนหลังไปเสียใบแดงในนัดก่อน ขณะที่คนอื่นๆยังอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็น ยานนิค เวสเตอร์การ์ด, เจมส์ วอร์ด-เพราส์, โอริออล โรเมอู, ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก, นาธาน เร้ดม่อนด์, เช อดัมส์ และ แดนนี่ อิงส์ 

ทรรศนะ : เป็นนัดที่สองในรอบไม่กี่วันที่สองทีมต้องมาเจอกัน โดยทีมเยือนต้องหวังมีแต้ม มิเช่นนั้นแล้ว ชะตาของกุนซือใหญ่อาจขาดได้ในเร็ววัน แต่การมาเยือน ซิตี้ นั้น โอกาสรอดกลับไปแทบเป็นศูนย์

ฟันธง : ซิตี้ถล่ม 4-0

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด v เบิร์นลี่ย์

เวลา 22.00 น.

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด : ผลงานไม่เลวสำหรับทีมน้องใหม่ โดยปราบ อาร์เซนอล และมาเสมอกับ เวสต์แฮม ได้อีก

นอกจากนี้พวกเขายังโชคดีที่ตัวหลักไม่มีใครเจ็บเลย อย่างเกมนี้ “ดาบคู่” จะมีทีมที่สมบูรณ์พร้อม สามารถเลือก 11 ตัวจริงได้ตามสะดวกใจ

เบิร์นลี่ย์ : พ่ายมาสองเกมติดกับ เลสเตอร์ (1-2) และ เชลซี (2-4) จนทำให้อันดับรูดลงมา ดังนั้นเกมนี้ต้องจัดเต็มเมื่อเจอกับทีมในระดับเดียวกัน

โดยเกมนี้ เบิร์นลี่ย์ จะยังไม่มี แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ กองกลางตัวยืมยังไม่พร้อม, คริส วู้ด กองหน้าตัวโขก  และ โยฮัน เบิร์ก กุดมุนด์สัน ส่วน แอสลี่ช์ บรานส์ ดาวยิงตัวเก่งพร้อมลุย

ทรรศนะ : สูสีเหลือเกิน แต่ในบ้านนั้น “ดาบคู่” ฮอตเหลือเกินและด้วยกำลังใจจากแฟนๆในสนาม จะช่วยให้พวกเขาได้สามคะแนน

ฟันธง : เชฟฯยูเชือด 1-0

เวสต์แฮม v นิวคาสเซิล

เวลา 22.00 น.

เวสต์แฮม : ผลงานหลังๆไม่ดีเลย โดยแพ้ พาเลซ และ เอฟเวอร์ตัน ก่อนมาเสมอกับ เชฟฯ ยู ในบ้านตัวเองไป เพราะฉะนั้น การได้เล่นในบ้านอีกเกม พร้อมกับเจอทีมระดับใกล้ๆกัน ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสามคะแนน

นัดนี้ เวสต์แฮม จะไม่มี ลูคัส ฟาเบียนสกี้ นายทวารตัวเก่งที่เจ็บกล้ามเนื้อฉีก, วินสตัน รีด, แจ็ค วิลเชียร์ และ มิคาอิล อันโตนิโอ ที่ยังไม่หาย ส่วนตัวเก่งอย่าง เซบาสเตียน ฮาลเลอร์ และ ฟิลิปเป้ แอนเดอร์สัน พร้อมลุย

นิวคาสเซิล  : เก็บหนึ่งแต้มในบ้านได้เมื่อวีคก่อน โดยช่วงหลังนี้ทีมเริ่มดีขึ้น พร้อมกับได้ผลการแข่งขันที่โอเคขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม เกมนี้ “สาลิกาดง” จะขาด ฌอน ลองสตาฟฟ์ ที่โดนแดงเมื่อวีคก่อนแน่ๆ แต่มีลุ้นได้ แม็ตต์ ริทชี่, แอนดี้ แคร์โรล์ และ ฟาเบียน ชาร์ กองหลังตัวเก่ง กลับมาช่วยทีมได้

ทรรศนะ : ผลงานลุ่มๆดอนๆเหมือนกัน ทว่าเกมนี้ “ขุนค้อน” เล่นในบ้าน จึงมีโอกาสดีที่พวกเขาจะกลับมาเก็บชัยชนะได้อีกครั้ง ทว่าทีมเยือนคงพยายามยื้อให้มีแต้มกลับไปให้จงได้

ฟันธง : ค้อนเบียดหวิว

วัตฟอร์ด v เชลซี

เวลา 00.30 น. (เช้าวันอาทิตย์)

วัตฟอร์ด : 10 เกม 0 ชนะคือบทสรุปของ “แตนอะละวาด” ที่มีโอกาสตกชั้นสูงเหลือเกิน ยิ่งมาเจอกับ เชลซี แล้ว โอกาสสร้างสถิติ 11 เกมนั้นมีมากเหลือเกิน

เกมนี้ เจ้าถิ่น จะไม่มี ทรอย ดีนีย์, แดนนี่ เวลเบ็ค, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, อิสไมลา ซาร์, เอเตียน กาปู และ อิซัค ซัคเซสส์ แน่ๆ ซึ่งตัวเจ็บมากมายตั้งแต่เปิดซีซั่นคือเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกเขาตกต่ำ

เชลซี : ฟอร์มในลีกดีมาก ทว่ากลับแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในบอลถ้วยมา จนหมดโอกาสลุ้นแชมป์แรกของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ไป

เกมนี้ ทีมเยือน จะไม่มี อันโตนิโอ รูดิเกอร์, เอเมอร์สัน และ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ที่ยังไม่หายเจ็บ ส่วน เอ็นโกโล่ ก็องเต้, อันเดรส คริสเตนเซ่น และ รอส บาร์คลี่ย์ จะต้องลุ้นอาการจนถึงนาทีสุดท้าย ทว่าตัวเก่งอย่าง คริสเตียน พูลิซิส, จอร์จินโญ่, วิลเลี่ยน, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, เมสัน เม้าท์ และ แทมมี่ อิบราฮัม พร้อมลงสนามทั้งหมด ทำให้ทีมพร้อมเต็มที่

ทรรศนะ : ต้องยอมรับตรงๆว่า เจ้าถิ่นเป็นรองสุดๆ โดยที่ทีมเยือนพักตัวหลักมาจากกลางสัปดาห์ ทำให้พร้อมเต็มที่ ดังนั้นเจ้าถิ่นคงหวังยันเสมอเท่านั้น แต่ดูแล้วคงต้านทานเกมรุก “สิงโตน้ำเงินคราม” ไม่ไหวแน่ๆ

ฟันธง : เชลซี 3-1

 

► ดูผลบอลสดได้ที่ FinalGoal

► ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้แล้ววันนี้ Andriod & IOS

Recommended Posts