หนทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ : เปิดเส้นทางทีมชาติไทยและชาติอื่นๆหลังผ่านคัดเลือกบอลโลก 2 เกมแรก

 

เขียนโดย : สรร ต่อศรีเจริญ

สวัสดีครับแฟนๆ “ไฟนอล โกล์” ทุกท่าน กลับมาพบกับผม “สรร ต่อศรีเจริญ” อีกครั้งนะครับ โดยหลังจากที่สัปดาห์ก่อนเราพูดถึง “แสงสุดท้าย : วิเคราะห์โจทย์ของ อากิระ นิชิโนะ ซามูไรผู้กุมชะตา ‘ช้างศึก’ ก่อนฟัดเวียดนามและอินโดฯ” ไปแล้ว ก็ถือว่าทีมชาติไทยของเรา ทำได้ดี หลังเก็บ 4 คะแนนจากทั้งสองเกมได้

แน่นอนว่า ทุกคนอยากเห็นขุนพล “ช้างศึก” คว้า 6 แต้มเต็ม ทว่าหากพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆทั้ง ผู้ฝึกสอนคนใหม่, เวลาเก็บตัว, ประสบการณ์ของนักเตะใหม่ๆ และอื่นๆ การได้ 4 คะแนนก็ถือว่าน่าพอใจมากๆ อีกทั้งยังช่วยให้เรายืนจ่าฝูงของกลุ่มไปอีกหนึ่งเดือนเป็นอย่างน้อย

อย่างไรก็ตาม ความฝันอาจจะหอมหวานได้ไม่นาน เพราะว่า เดือนหน้า เรามีภารกิจต้องเปิดบ้านเจอกับตัวเต็งของกลุ่มอย่าง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 15 ตุลาคม โดยก่อนหน้านั้นในวันที่ 10 ตุลาคม ยูเออี จะเล่นในถิ่นของตัวเองพบกับ อินโดนีเซีย ที่ในทางปฏิบัตินั้นแทบจะตกรอบไปทั้งตัวแล้ว ซึ่งหากพวกเขาชนะ ก็จะแซงทีมชาติไทยขึ้นไปเป็นจ่าฝูงทันที

เพราะฉะนั้น เกมวันที่ 15 ตุลา จะสำคัญมากๆ เพราะหากพวกเราสามารถปราบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลงได้ โอกาสเข้ารอบจะสดใส และผมอยากจะบอกว่า จริงๆมันอาจจะถึงขั้นจำเป็นต้องชนะให้ได้ เพราะเราทำได้แค่เสมอกับ เวียดนาม ในบ้านแล้ว ดังนั้นหากไม่ชนะ ยูเออี อีก โอกาสที่จะเข้ารอบก็จะแทบหายไปทันที

ยิ่งในเดือนพฤศจิกายน เราจะต้องไปเยือน 2 เกมติด โดยเริ่มที่ มาเลเซีย ของแสลงที่ทีมชาติชุดใหญ่ไม่สามารถบุกไปชนะที่นั่นมากว่า 30 ปี และ เวียดนาม ที่แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาเก่งจริงๆ

อย่างที่ มาเลเซีย นั้น ปีที่แล้ว ผมอยู่บนม้านั่งในเกมที่ ไทย บุกไปเสมอกับ มาเลเซีย 0-0 ในรอบรองฯ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 บอกได้คำเดียวครับว่า บรรยากาศสุดยอดมาก แค่เราคุยกันข้างๆ ยังแทบไม่ได้ยิน อีกทั้งการออกแบบสนามของเขาทำได้ดีมาก เพราะที่ บูกิต จาริล นั้นคล้ายชามอ่างยักษ์ เวลาที่แฟนบอลส่งเสียร์เชียร์ หรือเสียงโห่ มันจะสะท้อนไปมาจนดังอื้ออึงสุดๆ เรียกได้ว่า บรรยากาศนั้นสุดๆจริงครับ

นอกจากนี้ หากใครได้ดูเกมที่ “เสือเหลือง” เล่นกับ “ยูเออี” แล้วละก็ ต้องบอกว่า มาเลฯ โชคร้ายที่ไม่ได้แต้ม เพราะพวกเขาทำเกมได้ดีกว่าจริงๆ เช่นเดียวกับ ใน ซูซูกิ คัพ ที่แม้จะได้แค่ “รองแชมป์” แต่รูปเกมทั้งสองนัดนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่า เวียดนาม เลย

ดังนั้น ผมถึงบอกว่า เพื่อกุมความได้เปรียบ เรามีทางเลือกเดียวคือ ต้องชนะ ยูเออี ให้ได้ เพราะมองไปที่กลุ่มอื่นแล้ว ผมคิดว่า กลุ่มจีของไทย นั้นจะเข้ารอบได้เพียง “แชมป์เก่า” ส่วน “อันดับสอง” นั้นโอกาสที่จะได้เป็น 1 ใน 4 ทีมที่ทำผลงานได้ดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นนั้นค่อนข้างน้อย เพราะเราไม่มีทีมแจกแต้มหรือแจกประตูเลย

เอาละครับ คราวนี้มาลองดูสถานการณ์ในกลุ่มอื่นกันบ้างดีกว่า…

– กลุ่มเอ 

จีน กับ ซีเรีย น่าจะจับมือกันเข้ารอบได้ เพราะดูแล้ว ฟิลิปปินส์ มัลดีฟส์ และกวม ไม่น่าจะต้านทานไว้ โดยสองเกมแรก ทั้งสองทีมเสียไปทีมละ 5 ลูก ในวงเล็บว่าเกมแรกนั้น มัลดีฟส์และกวมพบกันเองด้วย

– กลุ่มบี

กลุ่มนี้มี ออสเตรเลีย เป็นตัวเต็ง ทว่า จอร์แดน ก็โหดไม่เบา เช่นเดียวกับ คูเวต ที่มาตราฐานสูง แต่ดันไปโดนฟีฟ่าแบนจนอันดับร่วง ดังนั้นโอกาสตัดแต้มกันเองก็มีไม่น้อยครับ โดยผ่านไป 2 เกม มีถึง 4 จาก 5 ทีมในกลุ่มที่มี 3 คะแนนเรียบร้อย กลุ่มนี้ อันดับ 2 อาจจะอดเข้ารอบ

– กลุ่มซี

อิหร่าน อิรัก และ บาห์เรน ต้องแย่งตั๋วกัน ส่วน กัมพูชา และ ฮ่องกง ก็พัฒนาขึ้นมาก โดยเกมแรกนั้น บาห์เรน ยันเสมอ อิรัก ในบ้านได้ ซึ่งสถานการณ์กลุ่มนี้คล้ายกับกลุ่มเราพอสมควรเลยครับ

– กลุ่มดี

สิงคโปร์ สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ เมื่อเก็บ 4 แต้มจาก 2 เกมพร้อมขึ้นจ่าฝูง ขณะที่ตัวเต็งอย่าง ซาอุดีอาระเบีย ทำได้แค่เสมอในเกมแรก เช่นเดียวกับ อุสเบกิสถาน ที่พลิกแพ้ ปาเลสไตน์ นอกจากนี้ยังมี เยเมน ที่แข็งไม่เบาอีกทีม บอกได้เลยว่า ตัดที่สองกลุ่มนี้ทิ้งได้เลย เพราะคงสู้กันเลือดสาดแน่นอน

– กลุ่มอี

กาตาร์น่าจะได้แชมป์กลุ่ม พร้อมคว้าตั๋วเอเชียน คัพ 2023 ขณะที่ โอมาน น่าจะทำได้กับตำแหน่งอันดับ 2 ที่ดีที่สุด หลังบุกไปชนะ อินเดีย ถึงบ้าน และดูแล้ว อัฟกานิสถาน ไม่น่าจะผ่านได้ จริงๆถือว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ไม่แข็งเท่าไรเลยครับ

– กลุ่มเอฟ

ด้วยมาตราฐานญี่ปุ่น โอกาสพลาดแชมป์กลุ่มแทบจะเป็นศูนย์ ขณะเดียวกันอันดับ 2 นั้นต้องวัดกันระหว่าง ทาจิกีสถาน ที่โชว์สดเก็บ 6 แต้มเต็ม ทั้งยังชนะคู่แข่งสำคัญอย่าง คีร์กีซสถาน อีกด้วย ซึ่งตรงนี้ยังมองยากอยู่

– กลุ่มเอช

เกาหลีใต้ การันตีแชมป์กลุ่ม ขณะที่อันดับสองแย่งกัน 3 ทีมคือ เกาหลีเหนือ เลบานอน และ เติร์กเมนิสถาน ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ยากต่อการคาดการณ์ เพราะแต่ละทีมล้วนมีความสูสีมากครับ

จบแล้วกับ 7 กลุ่มที่เหลือนะครับ ส่วนทีมชาติไทยของเรามี 4 คะแนน จาก 2 นัด ด้วยผลงานเสมอ 1 นัด และชนะ 1 นัด นำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มจี

ตามด้วยอันดับ 2 ยูเออี มี 3 คะแนน จาก 1 นัด ส่วนอันดับ 3 มาเลเซีย มี 3 แต้มจาก 2 นัด ต่อด้วยอันดับ 4 เวียดนาม มี 1 แต้มจาก 1 นัด และ อินโดนีเซีย แพ้รวด 2 นัด มี 0 แต้ม รั้งบ๊วยกลุ่ม

จากทั้ง 8 กลุ่มนั้นพอจะเห็นภาพลางๆได้ว่าทีมอันดับ 2 จากกลุ่มเอและกลุ่มอีน่าจะมีโอกาสได้เข้ารอบต่อไปค่อนข้างสูง ส่วนอีก 2 ทีมนั้น โอกาสค่อนข้างสูสีกันทั้งหมด และมันอาจจะเพิ่มโควต้าให้อีก 1 ทีมในกรณีที่ กาตาร์ ได้แชมป์กลุ่ม (ไม่ต้องเล่นรอบ 12 ทีมเพราะเข้ารอบอัตโนมัติ)

แน่นอนว่าเราทุกคนอยากได้แชมป์กลุ่มครับ แต่ต้องเผื่อใจกรณีเราพลาดได้อันดับ 2 ซึ่งก็มีโอกาสเป็นไปได้เหมือนกัน หรือแม้แต่การพลาดท่าได้อันกับ 3 ก็อาจจะเกิดได้เช่นกัน

สิ่งสำคัญที่สุดคือเกมกับ ยูเออี เพราะหากทำได้ ความกดดันก็จะลดน้อยลงและส่งผลให้เราเล่นง่ายขึ้นในเดือนพฤศจิกายนครับ ซึ่งถึงตรงนั้นภาพทุกอย่างจะชัดเจนขึ้นมากๆ

เพราะทุกเส้นทางนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ตอนนี้เราทำดีแล้ว แต่ต้องพยายามมากขึ้นไปอีก ก็บอกได้คำเดียวว่า

“สู้ๆ ครับทีม ชาติไทย!”

 

เกี่ยวกับผู้เขียน

สรร ต่อศรีเจริญ – อดีตล่ามโค้ชมิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทยและผู้ประสานงานทีมชาติไทย ผู้หลงรักฟุตบอลตั้งแต่เด็ก และฝันที่จะเห็นทีมชาติไทยไปบอลโลกให้ได้

Recommended Posts