แสงสุดท้าย : วิเคราะห์โจทย์ของ อากิระ นิชิโนะ ซามูไรผู้กุมชะตา ‘ช้างศึก’ ก่อนฟัดเวียดนามและอินโดฯ

เขียนโดย : สรร ต่อศรีเจริญ

เป็นเวลากว่า 8 เดือนหลังจากศึกฟุตบอลรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียอย่าง เอเชียน คัพ มาจนถึง ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2022 ซึ่งมีผลผูกพันไปจนถึง เอเชียน คัพ 2023 ที่ประเทศจีน ในช่วงเวลาดังกล่าว การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่ฝันร้ายคืนวันที่ 6 มกราคม ที่ อาบูดาบี หลัง โค้ชมิโลวาน ราเยวัช ยอดกุนซือชาวเซิร์บโดนปลดกลางอากาศ ก่อนที่จะเป็น ‘พี่โต่ย’ ที่ผมรู้จักหรือที่แฟนบอลเรียกกันว่า ‘โค้ชโต่ย’ ศิริศักดิ์ ยอดหญ้าไทย เข้ามารับหน้าที่แทน ก่อนที่พายุจะมาถล่ม อดีตนายใหญ่ไทย ฮอนด้า หลังจบศึกคิงส์ คัพที่ผ่านมา

เรื่องอดีต ขออนุญาตไม่พูดถึงในวันนี้ครับ ถ้ามีโอกาส วันข้างหน้า อาจจะได้หยิบมาแบ่งปันกัน แต่ตอนนี้ประเด็นสำคัญคือ ทีมชาติไทยของเรากับ โค้ชอากิระ นิชิโนะ จะเดินไปทางไหนต่อ ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว สองเกมแรกนี่แทบจะตัดสินชะตาการลุ้นเข้ารอบของทัพ ‘ช้างศึก’ กันเลยทีเดียว

อย่างที่เราทราบกันว่า ไทย โชคดีและโชคร้ายในคราวเดียวกัน เพราะเราได้เจอกับ ยูเออี และ เวียดนาม ซึ่งถือเป็นทีมที่เราควรจะเจอมากที่สุดในสองโถแรก ขณะเดียวกันเราได้คู่แข่งในอาเซียนอย่าง อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ซึ่งถือว่าแข็งลำดับต้นๆของทั้งโถ 4 และ 5

ข้อดีอย่างเดียวของการเจอกับเพื่อนบ้านในอาเซียนก็คือ เราไม่ต้องเดินทางไกลๆ ซึ่งมีผลอย่างมากในการเล่นสองเกมในรอบเวลาไม่กี่วัน ลองจินตนาการว่า เราต้องเล่นในบ้าน แล้วอีกไม่กี่วัน ต้องบินไป คูเวต หรือ อัฟกานิสถาน สิครับ เรื่องของการเดินทาง สภาพอาหาร สภาพอากาศ ล้วนส่งผลกับเราแน่นอน

ที่ผมอยากบอกก็คืออย่างน้อยมันก็มีแสงสว่างในความยากของกลุ่มที่ความสามารถทุกทีมไม่หนีกันมากนะครับ ที่สำคัญคือสองเกมแรก ทัพ ‘ช้างศึก’ ควรจะได้ 6 คะแนนเต็มหรืออย่างแย่ต้องมี 4 แต้ม หากจะหวังเข้ารอบต่อไป

และนี่คือโจทย์และประเด็นทั้งหมดที่ โค้ชนิชิโนะ อดีตนายใหญ่ผู้พาทีมชาติญี่ปุ่นผ่านเข้ารอบสองฟุตบอลโลก และทีมงาน ต้องช่วยกันเตรียมตัวก่อนเผชิญหน้ากับ เวียดนาม และ อินโดนีเซีย…

1.ระบบไหนดี
ในยุคของ โค้ชราเยวัช เราเล่นระบบ 4-2-3-1 แทบจะทุกเกม ต่อมาหลังจากเปลี่ยนเป็น โค้ชโต่ย เราก็ยึดมั่นในแผน 3-5-2 มาตลอด ไล่ตั้งแต่ เอเชียน คัพ, ไชน่า คัพ และ คิงส์ คัพ มาคราวนี้ ไม่แน่ใจว่า นิชิโนะ-เซนเซ จะเลือกสูตรไหนกันแน่ เพราะจากข้อมูลที่ได้ ทัพ ‘ช้างศึก’ ซ้อมทั้งสองระบบมาแล้ว ซึ่งสุดท้าย ขงเบ้งแดนอาทิตย์อุทัย จะเป็นคนตัดสินใจอีกครั้ง

ถ้าให้ผมเดาใจ โค้ชนิชิโนะ ผมคิดว่าแกน่าจะเลือกเล่นหลังสามเพื่อความรัดกุมของเกมรับ โดยอาจจะใช้ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ลงไปยืนเป็นเซนเตอร์ตอนเราเล่นเกมรับ ก่อนให้ ‘ตั้ม’ ขยับมาเป็นตัวออกบอล ถ้าเราจะเซ็ทเกมรุกครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น จากประสบการณ์ ผู้ฝึกสองคงลองทั้งสองระบบ ก่อนที่จะปรึกษาทีมงาน และลงมือตัดสินใจเอง

2. มือหนึ่ง
ต้องยอมรับว่านี่คืออีกข้อที่ยากสำหรับ โค้ชนิชิโนะ เพราะ สถานการณ์ของ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่ เบลเยี่ยม นั้นไม่สู้ดี ซึ่งการขาดแมตช์ทางการบ่อยๆ ทำให้ ‘พี่ตอง’ ประสบปัญหา อย่างไรก็ตาม อดีตนายด่านเมืองทอง ยูไนเต็ด คือ มือหนึ่งของทีมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งมีประสบการณ์ระดับนานาชาติมากมาย

นั่นคือสิ่งที่ โค้ชจากญี่ปุ่น ต้องวิเคราะห์ให้ดี พร้อมต้องตัดสินใจว่าจะเลือก ‘พี่แชมป์’ ศิวรักษ์ เทพสูงเนิน ที่รักษามาตราฐานได้ดีมาตลอด หรือจะเป็น ‘พี่ตอง’ ที่ควรได้โอกาสสร้างความมั่นใจให้ตัวเองอีกครั้ง ซึ่งนี่อาจจะเป็นการซื้อใจ นายทวารโอเอช ลูเวิน ก็เป็นได้

3.ประสบการณ์ที่รอวันพิสูจน์
หากย้อนไปตั้งแต่ยุค โค้ชซิโก้ เราจะเหลือตัวหลักของชุดนั้นอยู่แค่ประมาณ 8 คนเท่านั้น ประกอบกับขาประจำในยุคของ ลุงมิโล อีกราวๆ 5-6 คน จะเห็นได้ว่ามีอีก 10 คนที่ถือว่าใหม่กับทีมชาติ ซึ่งตัวใหม่ๆทั้งหมดล้วนทำผลงานได้ดีกับต้นสังกัด แต่ความยากก็คือ ความกดดันและความคาดหวังจากแฟนบอลมันต่างกันมาก โดยเฉพาะการต้องไปเยือน อินโดนีเซีย ที่กองเชียร์เต็มสนามและพร้อมจะปลุกเร้าทีมตัวเองให้เดินหน้าถล่มเรา โดยผมเองมีประสบการณ์ไปเยือน บูกิต จาริล ใน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ที่เราเสมอออกมา 0-0 บอกได้เลยว่า แค่หันหน้าคุยกับคนข้างๆ ยังแทบไม่ได้ยินครับ

ทว่านี่คือโอกาสของพวกเขาที่จะสร้างชื่อให้ตัวเองพร้อมกับจารึกชื่อในประวัติศาสตร์บอลไทย ทุกอย่างอยู่ที่ตัวพวกเขาเองแล้ว

4.มือปืนล่าตาข่าย
ปัญหาการผลิตสกอร์เป็นปัญหาหลักของทุกชาติใน เอเชีย แม้กระทั่งทีมชาติญี่ปุ่นเองก็ตาม ซึ่ง โค้ชนิชิโนะ เองก็ยอมรับตรงจุดนี้

โค้ชราเยวัช เองก็เคยปวดหัวกับปัญหานี้ เพราะแม้จะแทบพลิกแผ่นดินหา แต่เราก็ไม่มีกองหน้าประเภทปิดบัญชีเลย ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว เทรนด์ลูกหนังปัจจุบัน ศูนย์หน้าจำพวกนี้ ก็แทบจะหายไปหมดแล้วเหมือนกัน

จุดนี้คือจุดที่หลายคนห่วงไม่น้อย เพราะมองจากรายชื่อ 23 คนแล้ว ดาวซัลโวสูงสุดในระดับชาติคือ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ 7 ประตู ตามด้วย ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่ 6 ลูก

อย่างไรก็ตาม สองเกมต่อไป เราเจอเพื่อนบ้านในละแวกเดียวกัน ซึ่งศักยภาพไม่ต่างกัน และเราน่าจะเหลื่อมๆด้วยซ้ำ ดังนั้นด้วยศักยภาพของนักเตะทีมชาติไทย ผมเชื่อว่าเราดีพอที่จะยิงได้ทั้งสองเกมครับ

5. กู้หน้าครั้งสุดท้าย
ผลงานของทีมชาติไทยในปี 2019 นั้นไม่ดีเลย เราพลาดแชมป์อาเซียนในทุกรุ่นตั้งแต่ชุดใหญ่ไล่ไปจนถึงยู 16 เช่นเดียวกับบอลหญิงที่เพิ่งโดน เวียดนาม ขโมยแชมป์คาบ้านเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ดังนั้นการต้องลงสนามโดยพบกับเพื่อนบ้านที่ทั้งน่ารักและน่ารำคาญในเวทีที่ชื่อว่าฟุตบอลโลกนั้น แฟนบอลย่อมคาดหวังผลการแข่งขันที่ดีและรูปแบบการเล่นที่สวยงาม

อีกทั้งนี่คือภารกิจแรกของผู้ฝึกสอนผู้ผ่านประสบการณ์ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้ว พร้อมทั้งได้ชื่อว่ารับค่าจ้างสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสมาคมฟุตบอลฯ

ดังนั้นหลายคนจึงเปรียบโค้ชนิชิโนะ ดั่ง “แสงสุดท้าย” ของทีมชาติไทย ที่อาจจุดประกายให้เราวาดฝันถึงอนาคตที่ดีกว่าเดิมได้

“ในค่ำคืนที่ฟ้าท้าทายใจคนอยู่ตรงนี้ และฉันยังคงก้าวไป
ยังคงมีรักแท้เป็นแสงนำไปในคืนที่หลงทาง
นาทีที่ความฝันนั้นพร้อมเป็นเพื่อนตาย
เส้นทางนี้ฉันยังมีจุดหมาย ตราบใดที่ปลายท้องฟ้ามีแสงรำไร
จะไปจนถึงแสงสุดท้าย…

‘พี่ตูน บอดี้แสลม’ เชื่อแบบนั้น และในฐานะแฟนบอลทีมชาติไทยตลอดชีวิต ผมก็เชื่อว่า เราจะไปถึงตรงนั้นได้

แต่ตอนนี้ขอเก็บ 6 คะแนนเต็มจากสองเกมสุดสำคัญนี้ให้ได้ก่อนนะครับ

สู้ๆครับทีมชาติไทย…

เกี่ยวกับผู้เขียน
สรร ต่อศรีเจริญ – อดีตล่ามโค้ชมิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทยและผู้ประสานงานทีมชาติไทย ผู้หลงรักฟุตบอลตั้งแต่เด็ก และฝันที่จะเห็นทีมชาติไทยไปบอลโลกให้ได้

Recommended Posts