ประวัติ อาร์ตูโร วิดัล เบื้องหลังความสำเร็จทีมชาติชิลี

อาร์ตูโร เอราสโม วิดัล ปาร์โด (Arturo Erasmo Vidal Pardo) เกิดเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ปี 1987 ที่กรุงซันติอาโก ประเทศชิลี

วิดัล เติบโตมาจากครอบครัวชนชั้นแรงงาน อยู่ในกรุงซันติอาโก โดยสมัยเด็ก วิดัล ฝึกฟุตบอลกับลุง ก่อนเข้าร่วมทีมเยาวชนของ โคโล โคโล สโมสรดังของชิลี 

 **** รวมแชมป์ แชมป์ยูฟ่า

อาร์ตูโร วิดัล

หลังจากนั้น วิดัล ได้เลื่อนขึ้นสู่ชุดใหญ่ของ โคโล โคโล ในปี 2006 และช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ทั้ง อเปร์ตูรา และเคลาซูรา อีกทั้งฉายแววเด่นในรายการ โคปา ซูดาเมริกานา ฤดูกาล 2006 

ฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงส่งผลให้ วิดัล เริ่มได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในยุโรป จนกระทั่งไปโชว์ฟอร์มเด่นในรายการ ฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ในปี 2007

ท้ายที่สุด ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ยอมจ่ายค่าตัว 5.2 ล้านยูโร หรือราว 180 ล้านบาท เพื่อดึงตัว วิดัล ไปเสริมทีมในฤดูกาล 2007-08 ซึ่งระหว่างการเจรจา รูดี เฟิลเลอร์ ผู้อำนวยการกีฬาลงทุนเดินทางไปชิลีเพื่อโน้มน้าวใจเด็กหนุ่มวัย 20 ปี ด้วยตัวเอง

การค้าแข้งของ อาร์ตูโร วิดัล และแจ้งเกิดกับฟุตบอลยุโรป

วิดัล ปรับตัวกับฟุตบอลยุโรปได้อย่างรวดเร็ว และมีส่วนช่วยให้ เลเวอร์คูเซน เข้าชิงชนะเลิศ เดเอฟเบ โพคาล ฤดูกาล 2008-09 แต่ก็พ่ายให้กับ แวร์เดอร์ เบรเมน ก่อนจะพาต้นสังกัดได้รองแชมป์ บุนเดสลีกา ฤดูกาล 2010-11 และเข้าไปถึงรอบ 16 ทีม ยูโรปา ลีก ในฤดูกาลเดียวกัน

หลังจากนั้น วิดัล ตกป็นข่าวว่าได้รับข้อเสนอจากหลายทีมดังของยุโรป รวมถึง บาเยิร์น มิวนิก อริร่วมลีก แต่สุดท้ายได้ย้ายไป ยูเวนตุส ด้วยค่าตัว 12.5 ล้านยูโร หรือราว 420 ล้านบาท ช่วงซัมเมอร์ ปี 2011

วิดัล ทำผลงานได้อย่างอย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2011-12 โดยยิงในลีกได้ 7 ประตู และ 3 แอสซิสต์ ช่วยให้ ยูเวนตุส คว้าแชมป์ เซเรีย อา แบบไร้พ่าย ก่อนจะช่วยทีมป้องกันถ้วย สคูเด็ตโต ฤดูกาลต่อมา ด้วยผลงาน 10 ประตู

จนกระทั่งฤดูกาล 2014-15 มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี เทรนเนอร์คนใหม่ ปรับตำแหน่ง วิดัล ให้เล่นเกมรุกมากขึ้นภายใต้ระบบ 4-3-1-2 และ 4-4-2 ซึ่งแข้งชิลีก็ยังมีฟอร์มการเล่นคงเส้นคงวาเหมือนเดิม โดยสามารถพาทีมเข้าชิงชนะเลิศ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก แต่พ่ายให้กับ บาร์เซโลนา ได้แค่รองแชมป์

ช่วงซัมเมอร์ ปี 2015 ยูเวนตุส ตัดสินใจขาย วิดัล ไปให้กับ บาเยิร์น ด้วยค่าตัว 37.5 ล้านยูโร หรือราว 1,260 ล้านบาท หลังจากมีปัญหาด้านความประพฤติบ่อยครั้ง

แม้อย่างไรก็ดี ผลงานของ วิดัล ยังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิม และมีส่วนช่วยให้ บาเยิร์น คว้าถาดแชมป์ บุนเดสลีกา 3 สมัยติดต่อกัน

วิดัล ได้เซ็นสัญญาร่วมทัพ บาร์เซโลนา ด้วยค่าตัว 18 ล้านยูโร หรือราว 610 ล้านบาท ช่วงซัมเมอร์ ปี และได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา ฤดูกาล 2018-19 โดยได้ลงสนาม 33 นัด รวมทุกรายการเป็น 53 นัด

ทีมชาติชิลี

วิดัล ติดทีมชาติชิลีตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี โดยทัวร์นาเมนต์สำคัญที่ทำให้เริ่มเป็นที่จับตาคือ คือรายการชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ ปี 2007 ซึ่งรายการนั้น วิดัล คว้ารางวัลดาวซัลโวอันดับ 2 ด้วยผลงาน 6 ประตู พร้อมกับพาทีมชาติชิลีได้ตั๋วลุย ฟุตบอลโลก ยู 20 ในปีเดียวกัน

ขณะที่รายการ ฟุตบอลโลก ยู 20 วิดัล ก็ยังทำผลงานดีอย่างต่อเนื่อง โดยยิงได้ 2 ประตู พาทีมชาติชิลีคว้าอันดับ 3 ของรายการ

สำหรับการเล่นกับีทมชาติชิลีชุดใหญ่ วิดัล ประเดิมสนามครั้งแรกในปี 2007 และเริ่มเป็นตัวหลักของทีมในรายการ ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก ก่อนจะติดทีมไปเล่นรอบสุดท้าย โดยได้ลงเล่นทั้ง 4 นัด จนถึงเกมพ่ายให้กับทีมชาติบราซิลในรอบ 16 ทีม

หลังจากนั้น วิดัล ติดทีมชาติชิลีชุดลุยศึก ฟุตบอลโลก 2014 และได้ลงสนามครบทั้ง 4 นัด โดยแพ้ทีมชาติบราซิลในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเหมือนเดิม

จนกระทั่งรายการ โคปา อเมริกา 2015 วิดัล สามารถพาทีมชาติชิลีคว้าแชมป์ด้วยการเอาชนะทีมชาติอาร์เจนตินาในรอบชิงชนะเลิศ พร้อมกับติดทีมยอดเยี่ยมของรายการ

หลังจากนั้น ผลงานทีมชาติชิลียังคงร้อนแรงต่อเนื่องมาถึงรายการ โคปา อเมริกา เซนเตนาริโอ ปี 2016 โดยเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ และชนะทีมชาติอาร์เจนตินาคว้าแชมป์ทวีปอเมริกาใต้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

ขณะที่รายการ คอนเฟเดเรชันส์ คัพ ปี 2017 วิดัล ช่วยทีมชาติชิลีเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่พ่ายให้กับทีมชาติเยอรมนี 1-0 ได้แค่รองแชมป์เท่านั้น

จนกระทั่งช่วงปลายปี 2017 วิดัล ประกาศขอเลิกเล่นทีมชาติ หลังจากตกเป็นเป้าวิจารณ์ เพราะทีมชาติไม่ได้สิทธิ์ไปเล่น ฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ก่อนจะกลับมาเล่นอีกครั้งในเดือน มี.ค. ปี 2018 และช่วยทีมชาติเข้ารอบรองชนะเลิศ โคปา อเมริกา 2019 แต่แพ้ทีมชาติเปรู

ปัจจุบัน วิดัล ติดทีมชาติชิลี 115 นัด ยิงได้ 28 ประตู เป็นนักเตะติดทีมชาติชิลีสูงสุดตลอดกาลอันดับ 4 เป็นรองเพียง อเล็กซิส ซานเชซ, แกรี เมเดล และเคลาดิโอ บราโว

รางวัลในการเล่นฟุตบอล

โคโล โคโล

ปริเมรา ดิบิซิยอน 3 สมัย (อเปร์ตูรา 2006, เคลาซูรา 2006 และอเปร์ตูรา 2007)

 

ยูเวนตุส

เซเรีย อา 4 สมัย (ฤดูกาล 2011–12, 2012–13, 2013–14 และ 2014–15)

โคปปา อิตาเลีย 1 สมัย (ฤดูกาล 2014-15)

ซูเปร์โคปปา อิตาเลียนา 2 สมัย (ปี 2012 และ 2013)

 

บาเยิร์น มิวนิก

บุนเดสลีกา 3 สมัย (ฤดูกาล 2015-16, 2016-17 และ 2017-18)

เดเอฟเบ โพคาล 1 สมัย (ฤดูกาล 2015-16)

เดเอฟแอล ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย (ปี 2016 และ 2017)

 

บาร์เซโลนา

ลา ลีกา 1 สมัย (ฤดูกาล 2018-19)

ซูเปร์โกปา เด เอสปันยา 1 สมัย (ปี 2018)

 

ทีมชาติชิลี

โคปา อเมริกา 1 สมัย (ปี 2015)

โคปา อเมริกา เซนเตนาริโอ 1 สมัย (ปี 2016)