ประวัติ เธียร์รี อองรี ตำนานกองหน้าชาวฝรั่งเศส ขวัญใจมหาชน

ประวัติ เธียร์รี อองรี

เธียร์รี ดาเนียล อองรี (Thierry Daniel Henry) เกิดเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ปี 1977 ที่เมืองเลซูลิส ประเทศฝรั่งเศส

henry มีแววอัจฉริยะด้านฟุตบอลตั้งแต่เด็ก และได้เข้าร่วมสโมสร เลซูลิส สโมสรท้องถิ่น ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ก่อนจะย้ายไป ปาเลโซ ตอนอายุ 12 ขวบ และไปเล่นให้กับ วิรี ชาติยง เป็นเวลา 2 ปี

หลังจากนั้น henryได้เข้าไปฝึกฟุตบอลในศูนย์ฝึก แกลร์กฟงแตง หรือศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติฝรั่งเศส และได้เข้าร่วมทีมเยาวชนของ โมนาโก ในปี 1992   ติดตามได้ที่ :: https://finalgoal.com/   ติดตาม ประวัตินักฟุตบอล  โรนัลโด้

อองรี

จุดเริ่มต้นของ อองรี ในการเล่นฟุตบอลอาชีพ

ทั้งนี้ henry ได้รับโอกาสจาก อาร์เซน เวนเกอร์ ให้ได้ลงสนามระดับอาชีพครั้งแรกในฤดูกาล 1994-95 โดยเริ่มจากตำแหน่งปีกซ้ายเป็นหลัก เนื่องจากเล็งเห็นว่ามีความเร็ว และทักษะที่ดี

henry ฉายแววโดดเด่นจนกระทั่งได้รางวัลนักเตะดาวรุ่งแห่งปีของฝรั่งเศส ฤดูกาล 1996-97 อีกทั้งสามารถช่วย โมนาโก ผงาดคว้าแชมป์ ลีก เอิง ตามมาด้วยการเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 1997-98

ทั้งนี้ henry ลงสนามในเกมลีกให้กับ โมนาโก 105 นัด ยิงได้ 20 ประตู ก่อนจะย้ายไป ยูเวนตุส ด้วยค่าตัว 12.5 ล้านยูโร หรือประมาณ 430 ล้านบาท ในเดือน ม.ค. ปี 1999

อย่างไรก็ดี henry ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับการเล่นอิตาลี โดยเฉพาะการเล่นตำแหน่งปีก และวิงแบ็ค ส่งผลให้ได้อยู่กับ ยูเวนตุส เป็นเวลาเพียง 6 เดือน ได้ลงสนาม 16 นัด ยิงได้ 3 ประตู

ช่วงซัมเมอร์ ปี 1999 อองรี ย้ายไปร่วมทัพ อาร์เซนอล ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 450 ล้านบาท และได้ร่วมงานกับ เวนเกอร์ อีกครั้งหนึ่ง

เวนเกอร์ ปรับตำแหน่ง henry มาเป็นกองหน้าตัวเป้า ซึ่งในช่วงแรกยังมีปัญหาปรับตัวไม่ได้ ก่อนจะมาระเบิดฟอร์มเก่ง โดยจบฤดูกาลแรกด้วยผลงาน 26 ประตู

จนกระทั่งฤดูกาล 2001-02 อองรี สามารถพา อาร์เซนอล คว้าถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ ลีก และเอฟเอ คัพ พร้อมกับได้รางวัลดาวซัลโวของลีกด้วย 

ความสำเร็จในการค้าแข้งฟุตบอล กับอาร์เซนอล

ความสำเร็จของ อาร์เซนอล ยังต่อเนื่องมาถึงฤดูกาล 2002-03 โดยคราวนี้มีถ้วย เอฟเอ คัพ ขณะที่ henry ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม พีเอฟเอ ไปครองด้วย

ฤดูกาล 2003-04 อาร์เซนอล สามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก แบบไร้พ่ายทั้งฤดูกาล ส่วนผลงาน henry ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม พีเอฟเอ เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน

หลังจากนั้น henry สามารถทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของ อาร์เซนอล ในปี 2005 แซงหน้าสถิติ 185 ประตูของ เอียน ไรท์ ก่อนจะคว้าดาวซัลโวของลีกในฤดูกาล 2005-06 และช่วยทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก แต่พ่ายให้กับ บาร์เซโลนา ด้วยสกอร์ 2-1

อย่างไรก็ดี ฤดูกาล 2006-07 อองรี มีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ และได้ลงสนามแค่ 17 นัด ยิงได้ 10 ประตู ก่อนจะเลือกอำลา อาร์เซนอล โดยย้ายไป บาร์ซา ด้วยค่าตัว 24 ล้านยูโร หรือประมาณ 830 ล้านบาท หลังจบฤดูกาล

ชีวิตหลังจากย้าย มาค้าแข้งเล่นกับ บาร์เซโลน่า

ทั้งนี้ henry ฝากผลงานกับ อาร์ซนอล ด้วยการครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในเกมลีกของสโมสร จากผลงาน 174 ประตู และเป็นดาวยิงสูงสุดในรายการยุโรปด้วยผลงาน 42 ประตู

แม้ว่าผลงาน และสถิติยิงประตูของ อองรี ในสีเสื้อ บาร์ซา อาจไม่โดดเด่นเท่ากับตอนอยู่ อาร์เซนอล แต่ก็ยังจบฤดูกาลแรกด้วย 19 ประตู เป็นดาวซัลโวของทีม

จนกระทั่งฤดูกาล 2008-09 henry และบาร์ซา ก็งัดฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงออกมา โดยกวาดไปทั้งแชมป์ ลา ลีกา, โกปา เดล เรย์ และยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลเดียวกัน ตามมาด้วยถ้วย ซูเปร์โกปา เด เอสปันยา, ยูฟา ซูเปอร์ คัพ และฟีฟา คลับ เวิลด์ คัพ ในปี 2009 เท่ากับว่าได้แชมป์ไปถึง 6 ถ้วย ในปีเดียว

อย่างไรก็ดี henry เริ่มเสียตำแหน่งตัวจริงให้กับ เปโดร โรดริเกซ จนได้ลงสนามน้อยลง และเลือกย้ายไป นิว ยอร์ก เรด บูลส์ ช่วงซัมเมอร์ ปี 2010

ทั้งนี้ อองรี เคยกลับมาเล่นให้กับ อาร์เซนอล ด้วยสัญญายืมตัว ช่วงต้นปี 2012 ซึ่งตรงกับปิดฤดูกาล เมเจอร์ ลีก ก่อนจะกลับไปเล่นให้กับต้นสังกัดเดิม และตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพหลังจบฤดูกาล 2014

ทีมชาติฝรั่งเศส

henry เริ่มติดทีมชาติฝรั่งเศสจากชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี โดยไปลงเล่นรายการ ฟุตบอลโลก ยู 20 ในปี 1997 ที่มาเลเซีย ในรุ่นเดียวกับ วิลเลียม กัลลาส และดาวิด เทรเซเกต์

หลังจากนั้น อองรี ติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ครั้งแรกในปีเดียวกัน และมีชื่อไปลุยศึก ฟุตบอลโลก ปี 1998 โดยยิงได้ 3 ประตู เป็นดาวซัลโวของทีมชาติฝรั่งเศสในชุดคว้าแชมป์โลก

ขณะที่รายการ ยูโร ปี 2000  henry ก็ยิงได้ 3 ประตู และเป็นดาวซัลโวของทีมในชุดคว้าแชมป์ทวีป แต่รายการ ฟุตบอลโลก ปี 2002 ทีมชาติฝรั่งเศสพลาดท่าตกรอบแบ่งกลุ่ม และยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว

henry มาแก้ตัวได้ในรายการ คอนเฟเดเรชันส์ คัพ ปี 2003 โดยพาทีมชาติฝรั่งเศสได้แชมป์ พร้อมกับคว้าทั้งรางวัลดาวซัลโว และนักเตะยอดเยี่ยมของรายการ

ส่วนรายการ ยูโร 2004 ทีมชาติฝรั่งเศสตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยพ่ายให้กับทีมชาติกรีซ ซึ่งก้าวไปเป็นแชมป์ในเวลาต่อมา และหลังจากนั้น อองรี ก็ได้ไปลุยศึก ฟุตบอลโลก ปี 2006 โดยเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่แพ้ทีมชาติอิตาลีในช่วงดวลจุดโทษ ขณะที่ อองรี มีอาการตะคริวขึ้น ต้องเปลี่ยนตัวออกในช่วงต่อเวลาพิเศษ

หลังจากนั้น henry ติดทีมชาติฝรั่งเศสไปลุย ยูโร ปี 2008 แต่จอดอยู่แค่รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งช่วงผลงานตกต่ำของทีมชาติยังลามไปถึงรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก ปี 2010 ซึ่งจบอันดับสองของกลุ่ม และต้องไปเพลย์ออฟกับทีมชาติไอร์แลนด์

ระหว่างเล่นรอบเพลย์ออฟ henry ได้ก่อเรื่องฉาวขึ้น เมื่อเจตนาใช้แขนเล่นลูกบอล ในจังหวะส่งลูกต่อให้ กัลลาส ทำประตูชัยให้ทีมชาติฝรั่งเศสชนะเพลย์ออฟ คว้าตั๋วไปเล่น ฟุตบอลโลก ได้อย่างหวุดหวิด ซึ่งหลังจากเกมนั้น หลายฝ่ายวิจารณ์ อองรี อย่างหนัก แต่สุดท้ายก็ไม่มีบทลงโทษแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ในรอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก ปี 2010 henry ไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริง โดยลงเป็นเพียงตัวสำรองในนัดสุดท้าย ก่อนจะตกรอบแบ่งกลุ่ม ท่ามกลางความร้าวฉานในแคมป์ทีมชาติ

thierry henry ยุติการเล่นทีมชาติฝรั่งเศส โดยฝากผลงานไว้ 51 ประตู เป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติ และลงสนาม 123 นัด เป็นนักเตะติดทีมชาติมากที่สุดอันดับสอง รองจาก ลิลิยอง ตูราม