ประวัติ ดาวิด ลุยซ์ อดีตกองกลางผู้พันตัวมาเป็นกองหลัง

ดาวิด ลุยซ์ โมเรย์รา มารินโญ (David Luiz Moreira Marinho) เกิดเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ปี 1987 ที่เมืองเดียเดมา รัฐเซาเปาลู ประเทศบราซิล

เส้นทางฟุตบอลของ ลุยซ์ เริ่มจากทีมเยาวชนของ เซา เปาโล ตอนอายุ 12 ปี แต่อยู่ได้แค่ 2 ปี สโมสรก็ปล่อยตัวออกมา เนื่องจากไม่เก่งเท่าคนอื่น

หลังจากนั้น ลุยซ์ ไปเข้าทีมเยาวชนของ วิตอเรีย ในปี 2001 โดยเดิมทีเล่นฟุตบอลในตำแหน่งกองกลางตัวรุก แต่ผลงานไม่ดี จนกระทั่งเปลี่ยนตำแหน่งมาเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็ค และทำได้ดี 

ดาวิด ลุยซ์

กรเริ่มเล่นฟุตบอลของ ดาวิด ลุยซ์ ในประเทศบราซิล

ลุยซ์ เลื่อนขึ้นสู่ชุดใหญ่ของ วิตอเรีย ในปี 2006 และแจ้งเกิดด้วยผลงานพาทีมเลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 2 ของบราซิล ตั้งแต่ฤดูกาลแรก

ผลงานดังกล่าวส่งผลให้ ลุยซ์ ลุยซ์ ได้ย้ายไป เบนฟิกา ในเดือน ม.ค. ปี 2007 ด้วยสัญญายืม และได้เซ็นสัญญาในเดือน ก.ค. ปี 2007 ด้วยค่าตัว 1.5 ล้านยูโร หรือราว 60 ล้านบาท เป็นรางวัลตอบแทนสำหรับผลงานที่ยอดเยี่ยม

อย่างไรก็ดี ฤดูกาล 2007-08 ลุยซ์ ได้ลงสนามในลีกแค่ 8 นัด เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บยาว ก่อนจะหายเจ็บกลับมา และได้ลงสนามในฤดูกาลต่อมา

จนกระทั่งฤดูกาล 2009-10 ลุยซ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองกัปตันทีม และช่วยให้ เบนฟิกา คว้าแชมป์ลีกโปรตุเกส หลังจากรอมานาน 5 ปี พร้อมกับได้แชมป์ ลีก คัพ อีกรายการ อีกทั้งได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมลีกโปรตุเกสไปครองด้วย

 

ย้ายค้าแข้งกับทีมใหญ่ในยุโรป

จากผลงานอันโดดเด่นกับ เบนฟิกา ช่วงตลาดนักเตะ เดือน ม.ค. ปี 2011 เชลซี ทีมดังแห่ง พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ซื้อตัว ลุยซ์ ไปเสริมทัพ ด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโร หรือราว 850 ล้านบาท พร้อมกับส่ง เนมานยา มาติช ย้ายสลับขั้ว

ลุยซ์ ปรับตัวเข้ากับ เชลซี ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งเป็นนักเตะคนโปรดของแฟนบอล เพราะลีลาการเล่นที่แพรวพราว แม้เป็นกองหลัง อีกทั้งมีทีเด็ดที่การเติมขึ้นไปยิงประตู และนิสัยน่ารักด้วย

 

ดาวิด ลุยซ์ กับการลงเล่นให้ สโมสรเชลซี

จนกระทั่งฤดูกาล 2011-12 ลุยซ์ มีส่วนสำคัญมากกับการพา เชลซี เข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก เป็นครั้งแรกของสโมสร หลังจากโค่น บาร์เซโลนา ในรอบรองชนะเลิศ และช่วยให้ เชลซี สามารถยันเสมอ บาเยิร์น มิวนิก 1-1 ก่อนจะไปชนะดวลจุดโทษ คว้าถ้วย แชมเปียนส์ ลีก สมัยแรกของสโมสร

นอกจากนั้น ลุยซ์ ยังมีส่วนช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จระดับยุโรปอีกครั้ง ในฤดูกาล 2012-13 โดยคราวนี้คว้าถ้วย ยูโรปา ลีก เป็นสมัยแรกของสโมสร ด้วยการเอาชนะ เบนฟิกา สโมสรเก่า ด้วยสกอร์ 2-1 ในรอบชิงชนะเลิศ

จนกระทั่งช่วงซัมเมอร์ ปี 2014 ลุยซ์ ย้ายไปร่วมทัพ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยค่าตัวสูงถึง 50 ล้านปอนด์ หรือราว 2,000 ล้านบาท เป็นกองหลังค่าตัวสถิติโลกในเวลานั้น

ทั้งนี้ ลุยซ์ ค้าแข้งอยู่กับ เปแอสเช เป็นเวลา 2 ฤดูกาล โดยมีผลงานคว้าถ้วยแชมป์ ลีก เอิง และเฟรนช์ คัพ รายการละ 2 สมัย ก่อนจะย้ายกลับ เชลซี ช่วงซัมเมอร์ ปี 2016 ด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์ หรือราว 1,400 ล้านบาท

ลุยซ์ คัมแบ็คด้วยผลงานพา เชลซี ผงาดคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2016-17 และติดทีมยอดเยี่ยมฟีเอฟเอประจำฤดูกาลด้วย ก่อนจะพาทีมได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2018-19 เป็นผลงานสุดท้าย ก่อนย้ายไป อาร์เซนอล ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ หรือราว 350 ล้านบาท

ผลงานกับทีมชาติบราซิล

ลุยซ์ ติดทีมชาติบราซิลตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี และเคยติดไปทำศึก ฟุตบอลโลก ยู 20 ในปี 2007 แต่จอดแค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ทั้งนี้ ลุยซ์ เคยมีโอกาสติดทีมชาติโปรตุเกส เพราะสมาคมพิจารณาเรียกตัวลงเล่นชุดใหญ่ หลังจากเห็นผลงานดีกับ เบนฟิกา แต่อย่างไรก็ดี ลุยซ์ เลือกทีมชาติบราซิล โดยประเดิมสนามนัดแรกเป็นเกมกระชับมิตรกับทีมชาติสหรัฐ วันที่ 10 ส.ค. ปี 2010

หลังจากนั้น ลุยซ์ มีชื่อติดทีมไปลงเล่นรายการ โคปา อเมริกา ปี 2011 แต่ไม่ได้ลงสนาม เพราะมีอาการบาดเจ็บ โดยหลังจากนั้น ลุยซ์ ได้เป็นแกนหลักในแนวรับของทีมชาติบราซิลมาตลอด

 

ดาวิด ลุยซ์กับทีมชาติบราซิล ในรายการ ฟีฟา คอนเฟเดเรชันส์ คัพ

ลุยซ์ เป็นตัวหลักของทีมชาติบราซิลในรายการ ฟีฟา คอนเฟเดเรชันส์ คัพ ปี 2013 โดยได้ลงเล่นทุกนัด รวมถึงนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งทีมชาติบราซิลชนะทีมชาติสเปน 3-0 คว้าถ้วยสมัยที่ 4

ขณะที่รายการ ฟุตบอลโลก ปี 2014 ที่บ้านเกิด ลุยซ์ ยังคงเป็นแกนหลักคู่กับ ติอาโก ซิลวา ซึ่งทีมชาติบราซิลทำผลงานได้ร้อนแรงตลอดรายการ แต่ลงเอยด้วยการแพ้ทีมชาติเยอรมนี 7-1 ในรอบรองชนะเลิศ และไปแพ้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ 3-0 ในนัดชิงอันดับ 3

หลังจากนั้น ลุยซ์ เริ่มหลุดเป็นตัวสำรองในรายการ โคปา อเมริกา ปี 2015 ก่อนจะหลุดออกจากทีมชาติ ชุดลุยศึก โคปา อเมริกา เซนเตนาริโอ ในปี 2016 

ปัจจุบัน ลุยซ์ ติดทีมชาติบราซิล 57 นัด ยิงได้ 3 ประตู

 

รางวัลในการเล่นฟุตบอลอาชีพ

เบนฟิกา

ปริเมย์รา ลีกา 1 สมัย (ฤดูกาล 2009-10)

ตาซา ดา ลีกา 3 สมัย (ฤดูกาล 2008-09, 2009-10 และ 2010-11)

 

เชลซี

พรีเมียร์ ลีก 1 สมัย (ฤดูกาล 2016-17)

เอฟเอ คัพ 2 สมัย (ฤดูกาล 2011-12 และ 2017-18)

ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย (ฤดูกาล 2011-12)

ยูฟา ยูโรปา ลีก 2 สมัย (ฤดูกาล 2012-13 และ 2018-19)

 

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

 

ลีก เอิง 2 สมัย (ฤดูกาล 2015-15 และ 2015-16)

Freacn เฟรนช์ คัพ 2 สมัย (ฤดูกาล 2014-15 และ 2015-16)

เฟรนช์ ลีก คัพ 1 สมัย (ฤดูกาล 2015-16)

เฟรนช์ ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย (ปี 2015 และ 2016)

 

ทีมชาติบราซิล

ฟีฟา คอนเฟเดเรชันส์ คัพ 1 สมัย (ปี 2013)