ประวัติ เจนนาโร กัตตูโซ รถถังสายชนปราการหลังแห่ง มิลาน

เจนนาโร อิวาน กัตตูโซ่ (Gennaro Ivan Gattuso) เกิดเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ปี 1978 ที่เมืองโคเรียญาโน คาลาโบร ทางตอนใต้ของอิตาลี

กัตตูโซ เกิดและเติบโตในเมืองโคเรียญาโน คาลาโบร ก่อนจะไปเข้าร่วมทีมเยาวชนของ เปรูจา ตั้งแต่ปี 1990 หรือตอนอายุ 12 ปี ก่อนจะได้เริ่มเล่นระดับอาชีพในปี 1995

กัตตูโซ่

 

หลังจากนั้น กัตตูโซ เล่นอยู่กับ เปรูจา เป็นเวลา 2 ฤดูกาล และย้ายไป กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ทีมดังของสกอตแลนด์ ในฤดูกาล 1997-98 แต่อย่างไรก็ดี เมื่อเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมจาก วอลเตอร์ สมิธ มาเป็น ดิค อัดโวคาท โอกาสลงสนามของ กัตตูโซ ก็ลดน้อยลง และยังต้องเล่นตำแหน่งแบ็คขวา ซึ่งไม่ได้เป็นตำแหน่งถนัด

ช่วงซัมเมอร์ ปี 1998 กัตตูโซ จึงย้ายกลับอิตาลี โดยเลือกเซ็นสัญญากับ ซาแลร์นิตานา น้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นสู่ เซเรีย อา ด้วยค่าตัว 4.65 ล้านยูโร หรือประมาณ 160 ล้านบาท

การค้าแข้งและผลลานที่น่าประทับใจของ เจนนาโร กัตตูโซ่ กองหลังสายแข็ง

ฤดูกาล 1998-99 กัตตูโซ ทำผลงานส่วนตัวได้น่าประทับใจ แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ ซาแลร์นิตานา รอดพ้นจากการตกชั้น และหลังจบฤดูกาล เอซี มิลาน สโมสรดังของอิตาลี จึงมาซื้อตัว กัตตูโซ ไปเสริมทัพ ด้วยค่าตัว 8 ล้านยูโร หรือประมาณ 270 ล้านบาท

กัตตูโซ ปรับตัวเข้ากับ มิลาน และเป็นตัวหลักของทีมทันที จนกระทั่งเข้าสู่ยุค คาร์โล อันเชล็อตติ ในปี 2001 กัตตูโซ ก็ได้คู่หูแดนกลางเป็น อันเดรีย ปีร์โล ซึ่งกลายมาเป็นแกนหลักของสโมสรและทีมชาติอย่างยาวนาน

ช่วงระหว่างการค้าแข้งในถิ่น ซาน ซิโร เป็นเวลา 13 ปี กัตตูโซ ได้ลงสนามในเกมลีก 335 นัด ยิงได้ 9 ประตู และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของ มิลาน ยุคครองความยิ่งใหญ่ในถ้วยฟุตบอลยุโรป ด้วยผลงานคว้าถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 2 สมัย ในฤดูกาล 2002-03 และ 2006-07 นอกจากนี้ มิลาน ยุคดังกล่าวยังได้แชมป์ เซเรีย อา 2 สมัย และโคปปา อิตาเลีย 1 สมัย

ช่วงซัมเมอร์ ปี 2012 กัตตูโซ วัย 34 ปี ตัดสินใจอำลา มิลาน หลังหมดสัญญา และย้ายไปค้าแข้งช่วงท้ายกับ เอฟซี ซิยง ทีมดังของสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนจะแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูกาล 2012-13 ปิดฉากการเล่นฟุตบอลอาชีพ 18 ปี

 

ทีมชาติอิตาลี

กัตตูโซ ติดทีมชาติอิตาลีตั้งแต่ชุดเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี และ 21 ปี โดยเคยไปร่วมศึก ยูโร ยู 18 ในปี 1995 ซึ่งทีมชาติอิตาลีได้รองแชมป์ และยังเป็นสมาชิกทีมชาติอิตาลี ชุดผงาดคว้าแชมป์ ยูโร ยู 21 ในปี 2000 รุ่นเดียวกับแข้งดังหลายคน เช่น ปีร์โล, มอร์แกน เด ซานติส, ซิโมเน แปร์ร็อตตา และคริสเตียน อับเบียติ

นอกจากนี้ ในปี 2000 กัตตูโซ ยังได้ลงสนามนัดแรกให้กับทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่ เมื่อวันที่ 23 ก.พ. เป็นเกมกระชับมิตรกับทีมชาติสวีเดน และยังติดทีมชาติไปร่วมศึก โอลิมปิก เกมส์ ที่ออสเตรเลีย ก่อนจะกลายมาเป็นตัวหลักในแดนกลางของทีมชาติอิตาลีนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

กัตตูโซ ติดทีมชาติไปลุยศึก ฟุตบอลโลก 2002 ตามมาด้วย ยูโร 2004 จนกระทั่งรายการ ฟุตบอลโลก 2006 กัตตูโซ ก็เป็นแกนหลักของทีมชาติอิตาลีในชุดคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 ท่ามกลางปัญหาเรื่องฟุตบอลในประเทศ จากกรณีกัลโชโปลี

หลังจากนั้น กัตตูโซ ก็ยังมีชื่อติดทีมชาติไปร่วมเข้าแข่งขันรายการ ยูโร 2008 ก่อนไปลุยศึก คอนเฟเดเรชันส์ คัพ ปี 2009 และรายการ ฟุตบอลโลก 2010 ซึ่งจบลงด้วยการตกรอบแบ่งกลุ่ม และกลายมาเป็นโอกาสสุดท้ายในการรับใช้ชาติของ กัตตูโซ

นับตั้งแต่ปี 2000 จนถึงนัดสุดท้ายในรายการ ฟุตบอลโลก 2010 กัตตูโซ ติดทีมชาติอิตาลี 73 นัด และยิงได้ 1 ประตู

 

เส้นทางอาชีพโค้ช

กัตตูโซ สนใจงานโค้ชตั้งแต่ช่วงเล่นฟุตบอล โดยจบหลักสูตร ยูฟา เอ ไลเซนส์ ตั้งแต่ปี 2011 ระหว่างค้าแข้งกับ มิลาน ก่อนจะเริ่มงานจริงจังในฐานะกุนซือใหญ่ ควบตำแหน่งนักเตะกับ ซิยง ในเดือน ก.พ. ปี 2013 แต่ได้คุมทีมแค่ 3 เดือนเท่านั้น

ฤดูกาล 2013-14 กัตตูโซ ซึ่งเลิกเล่นฟุตบอลแล้ว ลองรับงานโค้ชเต็มตัวครั้งแรกกับ ปาแลร์โม แต่คุมทีมได้แค่ 6 นัด ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง เพราะทำได้เพียงชนะ 2 นัด และเสมอ 1 นัด ซึ่งระหว่างฤดูกาล กัตตูโซ ได้เข้าอบรมหลักสูตร โปร ไลเซนส์ ก่อนจะผ่านการอบรมในเวลาต่อมา ซึ่งหมายความว่าเขาพร้อมรับงานระดับสูงสุดได้แล้ว

หลังแยกทางกับ ปาแลร์โม ช่วงซัมเมอร์ ปี 2014 กัตตูโซ เลือกไปคุมทัพ โอเอฟไอ เครเต ทีมระดับ ซูเปอร์ลีก กรีซ แต่ช่วงดังกล่าว สโมสรมีปัญหาเรื่องการเงิน และติดค้างค่าจ้างทั้งนักเตะกับโค้ช จนสุดท้ายสถานการณ์ทุกอย่างไม่ดีขึ้น กัตตูโซ จึงตัดสินใจลาออกในเดือน ธ.ค. ปีเดียวกัน

ฤดูกาล 2015-16 กัตตูโซ ไปรับงานคุม ปิซา ลงเล่นระดับ เลกา โปร และช่วยทีมเลื่อนชั้นสู่ เซเรีย บี ได้ภายในฤดูกาลเดียว ก่อนจะลาทีมหลังจบฤดูกาล 2016-17

ช่วงซัมเมอร์ ปี 2017 กัตตูโซ ยอมลดฐานะจากตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชุดใหญ่ เพื่อมาทำงานกับ มิลาน ในฐานะโค้ชของทีมเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี จนกระทั่งได้เลื่อนขึ้นมาเป็นกุนซือทีมชุดใหญ่ ในเดือน พ.ย. ปีเดียวกัน หลังจากสโมสรตัดสินใจปลด วินเชนโซ มอนเตลลา

อย่างไรก็ดี มิลาน ในยุค กัตตูโซ มีปัญหาเรื่องการบริหาร สืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนมือเจ้าของ จนท้ายที่สุด กัตตูโซ ถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังจบฤดูกาล 2018-19 โดยไม่ได้ตั๋วไปเล่น แชมเปียนส์ ลีก แต่ก็เลือกที่จะไม่รับค่าชดเชยที่ควรจะได้กว่า 10 ล้านยูโร และขอให้สโมสรนำเงินดังกล่าวไปจ่ายให้ทีมงานแทน

 

ถ้วยรางวัลในการเล่นฟุตบอล

เอซี มิลาน

เซเรีย อา 2 สมัย (ฤดูกาล 2003-04 และ 2010-11)

โคปปา อิตาเลีย 1 สมัย (ฤดูกาล 2002-03)

ซูเปร์โคปปา อิตาเลียนา 2 สมัย (ปี 2004 และ 2011)

ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 2 สมัย (ฤดูกาล 2002-03 และ 2006-07)

ยูฟา ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย (ปี 2003 และ 2007)

ฟีฟา คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย (ปี 2007)

 

ทีมชาติอิตาลี

ฟุตบอลโลก 1 สมัย (ปี 2006)

ยูโร รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี 1 สมัย (ปี 2000)